Get Adobe Flash player

หลวงปู่มั่นสอนชาว เขาหาดวงพุทโธ

(1 VOTITALY_VOTE, VOTITALY_AVERAGE: 5.00 VOTITALY_OUTOF)
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
คำสอนครูบาอาจารย์ - พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

alt

หลวงปู่มั่นสอนชาว เขาหาดวงพุทโธ

หลวงปู่มั่น กับ ชาวเขา

(เกร็ด ประวัติตอนนี้เป็นช่วงที่หลวงปู่มั่นได้ธุดงค์ไปในแถบจังหวัดเชียงใหม่ และได้พบกับชาวเขากลุ่มหนึ่ง)ทั้งนี้ท่านเคยเล่าให้ฟัง

เวลาท่านไป พักอยู่กับพวกชาวเขา ซึ่งไม่เคยเห็นพระสงฆ์เป็นส่วนมาก นอกจากผู้มีโอกาสได้ลงมาเมืองหรือหมู่บ้านที่มีพระสงฆ์ถึง

จะมีโอกาสได้เห็น บ้าง ขณะท่านไปถึงทีแรกสององค์ด้วยกัน ก็พากันพักอยู่ชายภูเขา ห่างจากหมู่บ้านชาวเขาราวสองกิโลเมตร พัก

อยู่ร่มไม้ธรรมดาตอนเช้าพากัน เข้าไปบิณฑบาต คนชาวเขาเห็นท่านเข้าไปบิณฑบาตก็ถามท่านว่า ตุ๊เจ้ามาธุระอะไรท่านก็บอกว่ามา

บิณฑบาต เขาถามว่ามาบิณฑบาตอย่างไร?เพราะ พวกเขาไม่เข้าใจ ท่านบอกว่าบิณฑบาตข้าว เขาถามว่าข้าวสุกหรือข้าวสาร

ท่านบอกว่าข้าวสุก เขาก็บอกกันให้หา ข้าวสุกมาใส่บาตรท่าน ได้แล้วก็กลับมาที่พัก และฉันแต่ข้าวเปล่าๆ อยู่นาน

ขณะไปพักอยู่ที่ นั้นทีแรกชาวบ้านเขาไม่มีความเลื่อมใสและไว้วางใจท่านเลย ตกกลางคืนหัวหน้าบ้านตีเกราะนัด ให้ชาวบ้านมา

ประชุมรวมกัน และประกาศว่าขณะนี้มีเสือเย็นสองตัว (หมายถึงท่านอาจารย์กับพระที่อยู่ด้วยกันสององค์) มาพักอยู่ในป่าแห่งนั้นจะ

เป็นเสือเย็นประเภทใดก็ยังทราบไม่ได้ พวกเราไม่ไว้ใจเสือเย็นสองตัวนั้น จึงห้ามไม่ให้เด็กและผู้หญิงเข้าไปในป่านั้น แม้ผู้ชายจะไปก็

ควรมีพวกมีเพื่อนและมีเครื่องมือติดตัวไปด้วย ไม่ควรไปคนเดียวและไปแต่ตัวเปล่าๆ เดี๋ยวเสือเย็นสองตัวนั้นเอาไปกินจะว่าไม่บอก

ขณะที่เขากำลังประชุม ประกาศเรื่องเสือเย็นให้ชาวบ้านทราบ ก็เป็นเวลาที่ท่านอาจารย์กำลังเข้าที่ภาวนาอยู่พอดี เรื่องที่เขาประกา

ให้ชาวบ้านทราบทั้งหมด จึงเป็นเหมือนประกาศ ให้ท่านซึ่งกำลังตกอยู่ในคำกล่าวหาว่าเป็นเสือเย็นทราบด้วยโดยตลอดท่าน เกิด

ความสลดสังเวชใจอย่างยิ่งที่ไม่เคยคาดฝันมาก่อนว่า ตนจะเป็นพระประเภทเสือเย็นดังคำกล่าวหา ขณะนั้นแทนที่ท่านจะ

โกรธและเสียใจในคำกล่าวหาของเขา แต่กลับเกิดความเมตตาสงสารเขาอย่างบอกไม่ถูก กลัวเขาผู้ไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็มีจำนวนมาก

จะพลอยเชื่อตามคำเหลวไหลนั้น และพลอยเป็นบาปกรรมไปตามๆกัน เมื่อตายจากชาตินี้ไปแล้ว เขาจะไปเกิดเป็นเสือกันทั้งบ้านพอ

ตื่นเช้าท่านก็รีบบอกกับพระที่อยู่ ด้วยว่า คืนนี้พวกชาวบ้านเขาประชุมประกาศกันว่า เราทั้งสององค์เป็นเสือเย็นที่ปลอมแปลงตัว

เป็นพระมาหลอกลวงอย่างแยบยลลึกลับ เพื่อให้เขาตายใจเชื่อ แล้วกลับทำลายชีวิตและทรัพย์สินเขาด้วยวิธีต่างๆ ฉะนั้น เขาจึงไม่

เลื่อมใสและไว้ใจพวกเราทั้งสองเลย เวลานี้หากว่าเราทั้งสองหนีไปจากที่นี่เสียในเวลาที่เขากำลังคิดไม่ดีอยู่ ขณะนี้ เวลาเขาตายไป

จะพากันไปเกิดเป็นสัตว์เป็นเสือกันทั้งบ้าน ซึ่งนับว่าเป็นกรรมแก่เขาไม่เบาเลย เพื่อความอนุเคราะห์เขาซึ่งควรแก่สมณะกิจพอทำได้

จึงควรอดทนอยู่ที่นี่ไปก่อน แม้จะทุกข์ลำบากก็พยายามอดทน ไปจนกว่าเขาจะพากันกลับใจได้ แล้วจะไปที่ไหนค่อยไปกันดังนี้ นอก

จากเขา ไม่ไว้ใจและเลื่อมใสแล้ว พวกผู้ชายยังพากันมาคอยสังเกตการณ์ตามสถานที่ที่ท่านพักอยู่บ่อยๆ ครั้งละ ๓-๔ คน โดยมี

ครื่องมือติดตัวมาด้วย มายืนลอบๆมองๆ อยู่แถวบริเวณใกล้ๆบ้าง มายืนอยู่ข้างทางจงกรมบ้าง มายืนอยู่ที่หัวจงกรมบ้าง มายืนอยู่

กลางทางจงกรมบ้าง ในเวลาท่านกำลังเดินจงกรมทำความเพียรอยู่ ต่างคนต่างจ้องและสอดส่ายสายตามองมายังท่านและเหลือบ

มองไปรอบๆบริเวณ เขาใช้เวลาสังเกตการณ์ด้วยความไม่ไว้ใจอยู่ทำนองนั้นนานประมาณครั้งละ ๑๐ นาทีบ้าง ๑๕ นาทีบ้างแทบทุก

วัน และไม่พูดจาไต่ถามอะไรกับท่านในระยะเริ่มแรก แล้วก็พากันกลับไป วันหลังได้โอกาสก็พากันมาใหม่ เขาใช้เวลาสังเกตท่านอยู่

นานวันพอสมควร ส่วนอาหารปัจจัยเครื่องอาศัยเป็นอยู่หลับนอนของพระเสือเย็นทั้งสองตัวจะขาด ตกบกพร่องหรือจะเป็นจะ

ตายอย่างไรบ้างนั้น เขามิได้พากันสนใจคิดและขวนขวายกันเลย ฉะนั้นการเป็นอยู่ของท่านทั้งสองที่เขาให้นามว่า เสือเย็น จึงลำบาก

อัตคัดมากอาหารบิณฑบาตอย่างมากก็ได้ข้าวเปล่า ๆ มาฉัน บางวันรวมทั้งฉันน้ำด้วยก็อิ่มพอเบาะ ๆ บางวันรวมทั้งฉันน้ำก็ไม่พอ ที่

อยู่หลับนอนก็อาศัยโคนไม้เป็นประจำ ทั้งแดด ทั้งฝนก็ทนเอา เพราะที่นั้นไม่มีถ้ำหรือเงื้อมผาพอได้อาศัยถ้าฝนตกชุกมาก ในบางวัน

ตกทั้งวัน พอฝนเบาลงบ้างก็พยายามเที่ยวเก็บใบไม้แห้ง หญ้าแห้งมาทำเป็นจากมุงพอบังแดดบังฝนไปพลาง พอประทังชีวิตไปวัน

หนึ่ง ๆ ด้วยความทุกข์ลำบากมากมายขณะฝนตกก็เข้าหลบซ่อนอยู่ในกลดในมุ้ง พอบรรเทาความหนาว เวลาลมพัดจากภูเขามาอย่าง

แรงฝนก็สาด กลดก็จะปลิวหลุดมือ องค์ท่านและบริขารก็เปียกตัวสั่น เหมือนลูกนกลูกกา ถ้าเป็นตอนกลางวันก็พอทำเนา มองเห็นที่

ไปที่หลบซ่อนและที่เก็บบริขารต่าง ๆ บ้าง แต่ฝนตกเอาตอนกลางคืนรู้สึกลำบากมาก ตาก็มองไม่เห็นอะไรทั้งฝนกระหน่ำลง ลง

กระหน่ำมาประดังกัน กิ่งไม้ที่ถูกลมพัดอย่างแรงต่างก็ขาดตกลงข้างหน้า ข้างหลังตูมตาม ๆ ไม่แน่ใจว่าชีวิตจะต้านทานฝน ต้านทาน

ลม ต้านทานความเหน็บหนาว หรือจะต้าน

ทานกิ่งไม้น้อยใหญ่ที่หักตกลงและโหมกันมาจากทิศต่างๆ ในขณะนั้น เมื่อชีวิตยังอยู่ก็ทนกันไป ร้อนก็ทนไป หนาวก็ทนไป หิวก็ทนไป

กระหายก็ทนไป อดบ้างอิ่มบ้างก็ทนไป จนกว่าจะหมดกลิ่นแห่งความระแวงสงสัยของชาวบ้านที่หวาดระแวงต่อท่านว่าเป็น เสือเย็น

คอยหลอกลวงกินเนื้อกินหนังเขาการขบฉันแม้เพียงข้าวเปล่า ๆ ก็อดมื้อ อิ่มมื้อ สิ่งอื่นนั้นไม่จำต้องพูดถึงว่าเขาจะมีความสนใจไยดี

ให้ท่าน ที่พักที่อยู่ก็แบบคนอนาถาหา ที่เกาะที่พึ่งไม่ได้เราดี ๆ นี่เอง น้ำก็หิ้วกาน้ำลงไปในคลองซึ่งอยู่ตีนเขา กรองให้เต็มกาแล้วก็หิ้ว

ขึ้นมาฉันมาใช้ หลังจากสรงเสร็จแล้ว แต่ทำความเพียรสะดวกดีมากหมดกังวลทุกด้านไม่มีอะไรเกาะเกี่ยว ตอนกลางคืนยามดึกสงัด

ทำภาวนาฟังเสียงเสือกระหึ่มไปมา

ทีละหลาย ๆ ตัว ใกล้ ๆ บริเวณที่ท่านพักใต้ร่มไม้ แต่แปลกอยู่อย่างหนึ่งที่เสือไม่เข้ามาหาท่านเลย ล้วนเป็นเสือโคร่งใหญ่ลาย

พาดกลอนทั้งนั้น ท่านว่าท่านเพลิดเพลินไปกับเสียงสัตว์ชนิดต่าง ๆ แต่บางทีเสือก็เข้ามาหาท่านและลูกศิษย์ท่านเหมือนกัน เขาคง

สงสัยว่าเป็นสัตว์ซึ่งควรจะเป็นอาหารได้บ้าง แล้วแอบเข้ามาดู พอคนกระดุกกระดิกขึ้น เขาร้องโก้ก พร้อมกับกระโดดเข้าป่าไป วัน

หลังไม่เห็นเขามาหาอีกเลย พอตกบ่ายๆ ก็มีชาวบ้านราว ๓-๔ คน ออกมาสังเกตการณ์แทบทุกวัน แต่เขาไม่พูดจาอะไรกับท่าน ท่านก็

มิได้สนใจกับเขา เฉพาะพวก

เขาเอง บางครั้งมีการพูดกระซิบกระซาบกัน ขณะที่พวกเขามาที่นั่นท่านกำหนดจิตดูจิตใจเขาที่คิดปรุงอยู่ทุกขณะ และทุกเวลาที่เขา

มา ส่วนพวกเขาเองก็คงไม่สนใจคิดว่า ท่านจะรู้เรื่องความคิดปรุงทางใจตลอดคำพูดเขาที่ระบายออกจากใจผู้บงการอะไร เลย คงเข้า

ใจว่าตนมีความลับที่ไม่มีใครสามารถสอดรู้อยู่ภายใน จึงสนุกคิดเรื่องต่าง ๆ อย่างเพลินใจ ซึ่งโดยมากก็เป็นความคิดคอยจับผิด

ท่านอยู่ภายใน ท่านกำหนดดูใจของใครของใครที่มาด้วยกันกี่คน ก็มีความรู้สึกนึกคิดที่คอยจับผิดอยู่ภายในเช่นเดียวกันหมด สมกับ

เขาประกาศสั่งพวกเขาให้มาสังเกตการณ์จริง ๆ ท่านเองแทนที่จะคิดระวังตัวกลัวเขาจะจับผิด แต่กลับคิดสงสารเขาเป็นกำลัง ว่าคน

ในบ้านนั้นมีไม่กี่คนที่เป็น ผู้ชักนำชาวบ้านซึ่งมีหลายคนให้เห็นผิดไปด้วย ท่านพักอยู่ที่นั้นเป็นเดือนๆ ยังไม่เห็นเขาลดละความ

พยายามคอยจับพิรุธความผิดพลาดท่าน พวกใดมาหาล้วนมีความจ้องมองหาแต่ความผิดกับท่านเช่นเดียวกัน ท่านว่าเขาช่าง

พยายามเอาเสียจริง ๆ แต่ยังดีอยูอย่างหนึ่งที่เขาไม่พร้อมใจ กันมาขับไล่ท่านให้หนีจากที่นั้น เป็นเพียงจัดวาระกันมาควบคุมโดยทาง

ลับเท่านั้น เมื่อท่านอยู่นานไป ทั้งพวกเขาก็มาสังเกตดูอยู่หลายครั้ง เฉพาะพวกหนึ่ง ๆ ยังไม่อาจจับความเคลื่อนไหวที่ผิดพลาดท่าน

ได้ เขาคงแปลกใจอยู่มาก ใน เวลาต่อมาคืนวันหนึ่งท่านกำลังนั่งภาวนาอยู่ ได้ยินหรือทราบขึ้นในใจว่า หัวหน้าบ้านประชุมสอบถาม

ผลของการสังเกตการณ์ว่าได้ผลคืบหน้าไปเพียงใดบ้างชาว บ้านบรรดาที่มาสังเกตให้คำตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่มีผลอะไรตาม

ความคิดเห็นของพวกเราที่คิดกันไป ทำอย่างนั้นดีไม่ดี

น่ากลัวจะเป็นโทษมากกว่าผลที่คาดกันผู้สงสัยซักขึ้นทำไมว่าอย่างนั้น เขาตอบกันว่าก็เท่าที่สังเกตดูแล้ว ตุ๊เจ้าสองตนนั้น ไม่เห็นมี

กริยาท่าทางใดๆ ที่เป็นไปดังที่พวกเราคาดกัน ไปสังเกตดูทีไรก็เห็นแต่ท่านนั่งหลับตานิ่งอยู่บ้าง ท่านเดินกลับไปกลับมาในท่าสำรวม

ไม่มองโน้นมองนี้อย่างคนทั่วๆไปบ้าง คนที่จะเป็นเสือเย็น ตั้งท่าคอยฉีกสัตว์กัดคนคงไม่ทำอย่างนั้น ต้องมีอาการแสดงออก ให้พอ

จับได้บ้าง แต่ตุ๊เจ้าสองตนนี้ไม่มีกริยาเช่นนั้นแฝงอยู่บ้างเลย ถ้าขืนไปทำอย่างที่พากันทำอยู่ทุกวันนี้ จึงน่ากลัวเป็นบาป ทางที่ถูกควร

ไปศึกษาไต่ถามท่านดูให้รู้เหตุผลต้น

ปลายก่อน อยู่ๆ ก็ไปเหมาว่าท่านไม่ดี เอาเลยตามความคิดเห็นเฉย ๆ อย่างนี้น่ากลัวเป็นบาปบรรดา พวกที่ไปสังเกตท่านมาแล้ว พูด

เป็นเสียงเดียวกันว่า ท่านเป็นตุ๊เจ้าดียากจะหาได้ พวกเราก็เคยเห็นตุ๊เจ้ามาบ้างพอจะรู้ของดี ของไม่ดี บางรายก็ว่าเคารพเลื่อมใสท่าน

มากกว่าจะคิดแส่หาโทษท่าน ถ้าอยากทราบรายละเอียดก็ควร ไปศึกษาไต่ถามท่านดูบ้างว่า การนั่งหลับตานิ่ง ๆ ก็ดี การเดินกลับไป

กลับมาก็ดี ท่านนั่งเพื่ออะไร และท่านเดินหาอะไร ท่านว่าสุดท้ายแห่งการประชุมของชาวป่า

ได้ความว่าให้คนไปไต่ถามท่านดูตามที่ ตกลงกัน ตื่นเช้ามาท่านก็พูดกับพระที่อยู่ด้วยว่าเขาเริ่มกลับใจมาทางดี แล้ว คืนนี้เขาประชุม

กันเกี่ยวกับการมาสังเกตดูพวกเรา ตกลงกันว่าจะ

จัดให้คนมาไต่ถามข้อข้องใจกับพวกเรา พอวันหลังตอนบ่าย ๆ เขาพากันมาจริง ๆ

ดังที่รู้ไว้ในจำนวนที่มามีคนหนึ่งถามขึ้น ว่า ตุ๊เจ้านั่งหลับตานิ่ง ๆ และเดินกลับไปกลับมานั้น ตุ๊เจ้านั่งและเดินหาอะไร

ท่านตอบเขาว่า "พุทโธเราหาย" เรานั่งและเดินหา "พุทโธ"

เขาถามท่านว่าพุทโธเป็นตัวอย่าง ไร พวกเราจะช่วยตุ๊เจ้าหาได้ไหม ?

ท่านตอบว่าพุทโธเป็นดวง แก้วอันประเสริฐเลิศโลกในไตรภพ เป็นดวงฉลาดรอบรู้ทั่วไตรโลกธาตุ ถ้าสูจะช่วยเราหาก็ยิ่ง

ดีมาก จะได้เห็นพุทโธเร็ว ๆ ง่าย ๆ ด้วย (สูเป็นคำที่ชาวเขานับถือกันว่าดีมากสนิทกันมาก)

เขาถามว่า พุทโธตุ๊เจ้าหายมานานแล้วหรือ?ท่าน ตอบว่าไม่นาน ถ้าสูช่วยหาให้ยิ่งจะพบเร็วกว่า เราหาเพียงคนเดียวเขา

ถาม ว่า พุทโธเป็นดวงแก้วใหญ่ไหม?

ท่านตอบว่าไม่ใหญ่ไม่เล็ก พอดีกับเราและกับพวกสูดีๆ นี่เองใครหาพุทโธพบ คนนั้นประเสริฐ มองเห็นอะไรได้ตามใจหวัง

เขาถามมองเห็นนรกสวรรค์ได้ไหมตุ๊เจ้า ?

ท่าน ตอบว่ามองเห็นซิ ไม่เห็นจะว่าประเสริฐได้อย่างไร

ลูกเมียผัวตายมองเห็น ได้ไหมตุ๊เจ้า?

ท่านตอบว่าเห็นหมด ถ้าต้องการอยากเห็นเมื่อได้พุทโธแล้วขา ถาม สว่างมากไหม?ท่านตอบว่า สว่างมาก ยิ่งกว่าพระ

อาทิตย์ตั้งร้อยดวงพันดวง เพราะพระอาทิตย์ไม่สามารถส่อง

เห็นนรกสวรรค์ได้ แต่ดวงพุทโธสามารถส่องเห็นหมดเขาถามผู้หญิงช่วยหาได้ไหม? เด็ก ๆ ช่วยหาได้ไหม ?ท่านตอบได้

ทั้งนั้น ไม่นิยมว่าหญิงว่าชาย ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ใครหาก็ได้ทั้งนั้นเขาถามท่านว่าพุทโธนั้นประเสริฐใน ทางใด

บ้าง กันผีได้ไหม ?ท่านตอบว่าพุทโธประเสริฐ และใช้ได้หลายทางจนนับไม่

ถ้วน ในโลกทั้งสาม คือ กามโลก รูปโลก อรูปโลก โลกทั้งสามต้องยอมกราบพุทโธทั้งนั้น ไม่มีใครยิ่งใหญ่กว่าพุทโธ ผีก็

กลัวพุทโธมาก ต้องกราบพุทโธ ใครหาพุทโธแม้ยังไม่พบ ผีเริ่มกลัวผู้นั้นแล้วเขาถามท่าน พุทโธเป็นแก้วสีอะไรตุ๊เจ้า

ท่านตอบพุทโธเป็นแก้วดวง สว่างไสวและมีหลายสีจนนับไม่ได้ พุทโธนี้เป็นสมบัติอันวิเศษของพระ พุทธเจ้าพุทโธนั้นเป็น

องค์แห่งความรู้ความสว่างไสวไม่เป็นวัตถุ พระ พุทธเจ้าท่านมอบให้พวกเราไว้หลายปีแล้ว แต่เราเองยังหาพุทโธที่

ท่านมอบให้ยังไม่เจอ ไม่ทราบว่าอยู่ที่ตรงไหน แต่จะอยู่ที่ไหนไม่สำคัญนัก ที่สำคัญก็คือถ้าสูจะพากันช่วยเราหาพุทโธ

จริง ๆ ให้พากันนั่ง หรือเดินนึกในใจว่าพุทโธ ๆ อยู่ภายในโดยเฉพาะ ไม่ให้จิตส่งออกไปนอกกาย ให้รู้อยู่กับคำว่าพุทโธ

ๆ เท่านั้น ถ้าทำอย่างนี้พวกสูอาจเจอ พุทโธก่อนเราก็ได้เขาถามท่านว่า การนั่งหรือเดินหาพุทโธจะให้นั่งหรือเดินนาน

เท่าไร ถึงจะพบพุทโธแล้วหยุดได้ท่าน ตอบ ให้นั่งหรือเดินเพียง ๑๕ หรือ ๒๐ นาทีก่อนสำหรับผู้ตามหาพุทโธทีแรก พุ

ทโธท่านยังไม่อยากให้พวกเราตามหาท่านนานนัก กลัวจะเหนื่อยแล้วตามพุทโธไม่ทัน เดี๋ยวจะขี้เกียจเสียก่อน ทีหลังจะ

ไม่อยากตามหาท่านแล้วเลยจะไม่พบท่าน เอาเพียงเท่านี้ก่อน

ถ้าอธิบายมากกว่านี้ จะจำวิธีไม่ได้แล้วตามหาพุทโธไม่พบ

เสร็จแล้วเขาพากันกลับบ้าน การลาท่านสำหรับเขาแล้วไม่ต้องพูดถึง เพราะเขาไม่เคยลาใคร ว่าจะไปเขาลุกขึ้นแล้วก็ไปทันทีทันใด

ไม่สนใจคำลาใครทั้งนั้น พอไปถึงบ้านแล้วชาวบ้านต่างมารุมถามเป็นการใหญ่ เขาอธิบายให้ฟังตามที่ท่านสั่งสอนเขาแต่โดยย่อไว้

ก่อนนั้น นอกจากนั้นเขายังอธิบาย เรื่องท่านพระอาจารย์ให้ชาวบ้านฟังว่าที่สงสัยการนั่งหลับตานิ่ง ๆ และการเดินกลับไปกลับมานั้น

ท่านนั่งและเดินหาพุทโธดวงเลิศต่างหาก มิได้นั่งและเดินแบบเสือเย็นดังที่พวกเราเข้าใจกัน พอชาวบ้านทราบวิธีตามที่พวกมาถาม

ท่านนำไปเล่าให้ฟังแล้ว ต่างคนต่างสนใจฝึกหัดนึก พุทโธภายในใจโดยทั่วกัน นับแต่หัวหน้าบ้านลงมาถึงผู้หญิง และเด็ก ๆ ที่พอรู้วิธี

นึกพุทโธได้ เป็น ที่อัศจรรย์ไม่คาดฝันว่า จะมีผู้รู้เห็นธรรมของพระพุทธเจ้าภายในใจอย่างประจักษ์โดยไม่เนิ่นนานนัก คือผู้ชายคน

หนึ่งซึ่งตามหาพุทโธ แล้วประสบธรรมคือความสงบสุขทางใจจากการนึกบริกรรมพุทโธ ตามวิธีที่ท่านบอกเขา ท่านเล่าว่าก่อนหน้า

๓-๔ วัน ที่เขาจะประสบผลจากพุทโธ เขานอนหลับฝันถึงท่านพระอาจารย์

ว่าท่านเอาเทียนใหญ่ที่จุดไฟอย่างสว่างไสวไป ติดไว้บนศีรษะเขา

พอท่านติดเทียนเสร็จ แล้วนับแต่ศีรษะลงมาถึงตัวเขาปรากฎว่าสว่างไสวไปโดยตลอด เขาดีใจมากว่าตนได้ของดีมีความสว่างแผ่

ออกไปนอกกายตั้งหลาย ๆ วา พอจิตเขาเป็นขึ้นมาก็รีบมาหาท่านพระอาจารย์ และเล่าเรื่องความเป็นและความฝันให้ท่านอาจารย์ฟัง

อย่างน่าอัศจรรย์ จากนั้นท่านก็ได้อธิบายเพิ่มเติมให้เขาไปทำต่อ ปรากฏว่าได้ผลอย่างรวดเร็วและยังสามารถรู้ใจของผู้อื่นได้อีกด้วย

ว่าใจของใครยังมีเศร้า หมองและผ่องใสเพียงใด เขาพูดกับท่านอย่างไม่มีการสะทกสะท้านเลย ซึ่งตรงกับจริตคนป่าที่มีนิสัยพูดตรง

ไปตรงมาอยู่แล้ว ในเวลาต่อมาเขาออกมาเล่าธรรมให้ท่านฟังว่า เขาได้พิจารณา

รู้เห็นจิตท่านอาจารย์และพระที่อยู่กับท่านได้อย่างชัดเจนท่าน เองก็ถามเขาบ้างเป็นเชิงเล่น ๆ ว่าจิตของท่านเป็นอย่างไร มีบาปมาก

ไหม ?เขา ตอบท่านทันทีเลยว่า จิตของตุ๊เจ้าไม่มีจุดมีดวง

เหลืออยู่แล้ว มีแต่ความสว่างไสว อันเป็นที่อัศจรรย์อย่างยิ่งอยู่ภายในเท่านั้น ตุ๊เจ้าเป็นผู้ประเสริฐสุดในโลกไม่มีใครเสมอเหมือน เฮา

ไม่เคยเห็น ตุ๊เจ้ามาพักอยู่ที่นี่ตั้งนานร่วมปีแล้ว ทำไมไม่สอนเฮาบ้างก๊าแต่แรก

มาอยู่ท่าน ตอบว่าจะให้เราสอนอย่างไร ก็ไม่เคยเห็นพวกสูมาศึกษาไต่ถามเรานี่นาเขา ตอบท่านว่า ก็เฮาบ่ฮู้ก๊า ว่าตุ๊เจ้าเป็นผู้วิเศษ

ถ้าฮู้จะทนอยู่ได้อย่างไร ต้องมาแน่ ๆ ทีนี้พวกเฮาฮู้แล้วก๊าว่าตุ๊เจ้าเป็นผู้ฉลาดมาก เวลาพวกเฮามาถามว่าตุ๊เจ้านั่งหลับตานิ่ง ๆ และ

เดินกลับไปกลับมานั้น ทำทำไม หรือหาอะไร ตุ๊เจ้าก็บอกพวกเฮาว่าพุทโธหาย ให้พวกเฮาช่วยหา

เมื่อถามถึงพุทโธเป็นลักษณะอย่างไร ก็บอกไปว่า เป็นแก้วดวงสว่างไสว ความจริงจิตตุ๊เจ้าเป็นพุทโธอยู่แล้ว มิได้สูญหายไป

ไหน แต่เป็นอุบายฉลาดของตุ๊เจ้าที่เมตตาสงสารพวกเฮา ให้ภาวนาพุทโธเพื่อให้จิตพวกเฮาสว่างไสว เหมือนจิตตุ๊เจ้าต่างหาก เฮาฮู้

แล้วว่าตุ๊เจ้าเป็นผู้ประเสริฐและเฉลียวฉลาด ปรารถนาให้พวกเฮาได้บุญ มีความสุข และพบพุทโธดวงประเสริฐที่ใจตัวเอง มิใช่หาพุ

ทโธให้ตุ๊เจ้านับ แต่เขาคนนั้นได้เห็นธรรมกายในใจเพียงคนเดียวเท่านั้น เรื่องก็กระจายไปทั่วบ้านในไม่ช้า คนในบ้านต่างก็เกิดความ

สนใจและ พากันภาวนาพุทโธไปตาม ๆ กัน ตลอดเด็กเล็ก ๆ และเกิดความเชื่อถือและเลื่อมใสท่านพระอาจารย์มั่นมาก เรื่องเสือเย็น

เลยหายซากไป ไม่มีใครกล่าวถึงเลย นับแต่นั้นมา เวลาท่านกลับจากบิณฑบาตคนที่ภาวนาเป็นนั้นต้องตามส่งบาตรและ ศึกษาธรรม

กับท่านทุกวัน ถ้าวันไหนเขามีธุระไม่

ได้ตามส่งบาตรท่าน ก็สั่งกับคนไว้ในหมู่บ้านนั้นทราบว่ามีคนภาวนาเป็นอยู่หลายคน มีทั้งชายและหญิง ที่เก่งกว่าเพื่อนก็คือเขาคน

เป็นก่อนนั่นเอง คนเราเมื่อความพอใจมีแล้ว สิ่งอื่น ๆ ก็ค่อยเป็นไปเอง เช่นคนพวกนี้แต่ก่อนเขาไม่เคยสนใจกับท่านเลยว่า ท่านได้อยู่

ได้นอนได้ขบฉันอย่างไรบ้าง แม้จะเป็นหรือจะตายเขาไม่สนใจทั้งนั้น พอเขาเกิดความเชื่อถือและเลื่อมใสแล้ว ทุกสิ่งที่เคยขาดแคลน

ก็กลับกลายเป็นความสมบูรณ์ขึ้นมาเป็นลำดับทางจงกรม กุฏิที่พัก ที่ฉัน เขาพร้อมกันมา ทำถวายท่านเองจนเรียบไปหมดโดยมิได้

บอกกล่าวเลย มิหนำเขายังมาตำหนิท่านเป็นเชิง

ชมเชยอยู่อย่างลึกลับด้วยว่า ทางจงกรมอย่างนั้นอย่างนั้นตุ๊เจ้าก็เดินได้ ดูแล้วมีแต่ต้นไม้เครือเขาเถาวัลย์เต็มไปหมด ตุ๊เจ้ามิใช่หมู

พอจะเดินบุกป่าฝ่าดงไปอย่างนั้น แต่ทำไมยังอุตส่าห์เดินบุกไปได้เมื่อเฮาถามว่า นี่ทางอะไร ก็บอกว่าทางเดินหาพุทโธ พุทโธเรา

หายเมื่อเฮาถามว่า นั่งหลับตาอยู่นิ่งๆ นั้นนั่งทำไม ก็บอกว่านั่งหาธรรมบ้าง นั่งหาพุทโธบ้างพูดอย่างนั้นก็ ได้ ตุ๊เจ้านี้แปลกกว่าคนทั้ง

หลาย ตุ๊เจ้าวิเศษเลิศโลกเท่าไรก็มิได้บอกว่าวิเศษ ตุ๊เจ้าคนนี้แปลกมาก เฮาชอบนิสัยตุ๊เจ้าตนนี้มาก ทีหลับทีนอนก็มีแต่ใบไม้ปูเต็ม

พื้นดินจนจะเหม็นเน่าอยู่แล้ว ท่านทนนอนมาตั้งหลายเดือนทำไมทนได้ เฮาดูที่นอนตุ๊เจ้า

แล้วเหมือนที่นอนหมู เห็นแล้วเฮาสงสารตุ๊เจ้ามากจนเกือบร้องไห้พวกเฮาเองก็โง่จริง ๆ โง่กันทั้งบ้าน ไม่รู้จักของดี มิหนำบางคนยัง

หาว่าตุ๊เจ้ามาอยู่เพื่อหลอกลวงชาวบ้านแล้วเขาก็พากันรังเกียจ ระแวง แต่เวลานี้พวกเขา พากันเชื่อถือและเลื่อมใสตุ๊เจ้ากันทั้งบ้าน

แล้ว เพราะเขาทราบเรื่องของตุ๊เจ้าจากเฮาก๊า ดังนี้ ท่านว่าคนพวก

นี้ถ้าลงเขาได้เชื่อและเคารพนับถือแล้วต้องนับถือแบบถึงใจจริง ๆ และถึงไหนถึงกัน เป็นก็เป็นด้วยกันตายก็ตาย

ด้วยกัน แม้ชีวิตก็ยอมสละได้ เราพูดอะไร เขาเชื่อฟังและเคารพนับถือมาก การบริกรรมภาวนาหาพุทโธของเขา ท่านก็สอนให้เขยิบ

เวลาขึ้นไปตามความเคยชิน และผู้ชำนาญเป็นลำดับ ปีนั้นท่านต้องจำพรรษากับพวกเขารวมแล้วเป็นเวลาปีกว่า ท่านไปอยู่กับพวก

เขา ตั้งแต่ตันเดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนเมษายน ปีหลังจึงได้จากเขาไป ก่อน จะจากเขาไปได้ก็นับว่าทุลักทุเลด้วยความสงสารเขา

เอาการอยู่ เนื่องจากเขาไม่ยอมให้ท่านหนีไปไหนเอาเลย เขาบอกท่านว่า แม้ท่านตายลงไปในที่นั้น เขาทั้งบ้านจะรับรองเผาศพท่าน

แม้เขาเองก็มอบชีวิตไว้กับท่านด้วย เพราะความรักและเคารพเลื่อมใสท่านมาก ผลดีก็เห็นประจักษ์ตาประจักษ์ใจ น่าชมเชยเขาที่มี

ความฉลาดระลึกในความผิดได้ พอเห็นพระที่ปฏิบัติดีน่าเลื่อมใสจริงๆ แล้วก็กลับมาเห็นโทษความผิด ของตนที่คิดไม่ดีแต่ก่อน แล้ว

พร้อมกันมาขอขมาโทษท่านให้อโหสิกรรมให้ก่อนจากพวกเขา

ท่านได้พูดกับ พระที่อยู่ด้วยว่า ที่นี่เขาหมดโทษแล้วเราจะไป ที่ไหนก็ได้ไม่ขัดข้องแล้ว แต่สำคัญตอนลาเขาออกจากที่นั้น ท่านว่าน่า

สงสารสังเวชกับความรักความนับถือ ความเคารพเลื่อมใสและคำวิงวอนเขาจนบอกไม่ถูกพอพวกเขาทราบว่าท่านจะจาก เขาไปเท่า

นั้น เขาพากันออกมาทั้งบ้านมาร้องไห้วิงวอนกันอย่างชุลมุนยุ่นวายไปทั้งป่า เหมือนคน

ร้องไห้คิดถึงคนตายนั่นเอง ท่านก็พยายามแสดงเหตุผลที่จำต้องจากเขาไป และปลอบโยนพวกเขาไม่ให้เสียใจจนเลยขอบเขตแห่ง

ธรรม คือความพอดี จนเขาเป็นที่ลงใจแล้วก็ออกจาก ที่พักอันแสนสำราญนั้น สิ่งที่ไม่คาดฝันกลับเกิดขึ้นอีก คือทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่าง

คนต่างวิ่งออกไปรุมล้อมท่าน และเข้าแย่งเอาบริขาร กลด บาตร กาน้ำ กับผู้ตามส่งท่าน และฉุดชายสบงจีวรกอดแข้งกอดขาท่านดึง

ท่านกลับมาที่พักอีก เหมือนเด็ก ๆ โดยไม่ยอมให้ท่านไป ท่านต้องกลับมาแสดงเหตุผลและ ปลอบโยนใจให้สงบเย็นอีกพักหนึ่งแล้ว

ค่อยพากันปล่อยให้ท่านไป พอท่านก้าวออกจากที่พักเดินไปได้ประมาณ ๔-๕ วาเท่านั้น ต่างก็ร้องไห้แล้วพากันตาม ฉุดเอาท่านกลับ

มาอีก ทำเอาท่านเสียเวลาไปหลายชั่วโมง ฟังเสียงร้องไห้ระเบ็งเซ็งแซ่ฉุกละหุกวุ่นวายไปทั่วทั้งป่า ซึ่งเป็นที่น่าสมเพชเวทนาเอา

นักหนา คำว่า เสือเย็น ที่เกิดขึ้นในตอนแรก ๆ

จึงหมดความหมายไปทั้งสองฝ่าย ที่ยังเหลืออยู่จึงมีแต่ความเคารพเลื่อมใสความอาลัยอาวรณ์

ในท่านผู้ทรงคุณ ธรรมอันสูงส่งที่สุดจะอดกลั้นไว้ได้ ขณะที่ท่านจากไปจึงมีแต่เสียงร้องไห้ระทมทุกข์ของพวกชาวเขาที่พิไรรำพัน

ทั้งเสียงร้องไห้และสั่งเสียว่า เมื่อตุ๊เจ้าไปแล้วให้รีบกลับคืนมาหาพวกเฮาอีก อย่าอยู่นาน พวกเฮาคิดถึงตุ๊เจ้าแทบอกจะแตกตายอยู่

เดี๋ยวนี้แล้วก๊า จนไม่ทราบว่าเป็นเสียงเด็กหรือ เสียงผู้ใหญ่ทีต่างคนต่างร้องไห้ไว้ทุกข์ในคราวท่านจากไปเวลานั้น นับว่าท่านไปอยู่ใน

ท่ามกลางแห่งความระแวงสงสัยไม่พอใจของเขาในครั้งแรก แต่จากไปในท่ามกลางแห่งความอาลัยเสียดายของเขาในภายหลัง จึง

นับว่าท่านเที่ยวชะล้างสิ่งสกปรกรกรุงรังให้กลายเป็นของสะอาดปราศจาก มลทิน ควรแก่ความเป็นของมีคุณค่าขึ้นได้สมกับท่านบวช

มา เป็นลูกศิษย์ของพระตถาคตผู้ไม่ถือโกรธถือโทษกับผู้ใดจริง ๆ ใครรังเกียจ ท่านก็พยายามอนุเคราะห์ด้วยความเมตตาสงสาร ไม่

ยึดเอาความผิดพลาด ของเขามาเป็นอารมณ์เครื่องขุ่นข้องหมองใจให้เป็นภัยแก่ตนและผู้อื่น มีใจที่เต็มเปี่ยมด้วยเมตตาอันเป็นที่

เจริญศรัทธาของโลกผู้ร้อนด้วยกิเลส ตัณหา วิ่งเข้ามาอาศัยให้ได้รับความไว้วางใจและเย็นฉ่ำทั่วหน้ากัน นับว่าเป็นผู้อัศจรรย์ด้วย

คุณธรรมอันหาที่เปรียบได้ยาก………

 

ความคิดเห็นของคุณ

BBCODES_BOLDBBCODES_ITALICBBCODES_UNDERLINEBBCODES_STRIKETHROUGHBBCODES_SUBSCRIPTBBCODES_SUPERSCRIPTBBCODES_EMAILBBCODES_IMAGEBBCODES_URLBBCODES_LISTBBCODES_ULISTBBCODES_QUOTEBBCODES_CODEBBCODES_CONTENTID
SMILEYS_VERY_HAPPYSMILEYS_SMILESMILEYS_WINKSMILEYS_SADSMILEYS_SURPRISEDSMILEYS_SHOCKEDSMILEYS_CONFUSEDSMILEYS_COOLSMILEYS_LAUGHINGSMILEYS_MADSMILEYS_RAZZSMILEYS_EMBARRASSEDSMILEYS_CRYINGSMILEYS_EVILSMILEYS_TWISTED_EVILSMILEYS_ROLLING_EYESSMILEYS_EXCLAMATIONSMILEYS_QUESTIONSMILEYS_IDEASMILEYS_ARROWSMILEYS_NEUTRALSMILEYS_MR_GREENSMILEYS_GEEKSMILEYS_UBER_GEEK
YOURALIAS:
ชื่อเรื่อง:
FULLTEXT:
Random Content

โอวาทหลวงพ่อวันนี้

อนุสสติทั้ง 3 ประการ (หลวงพ่อพระราชพรหมยาน)

alt

จงตั้งใจไว้ว่า สมถภาวนาเป็นอุบายเครื่องสงบใจ อารมณ์สมาธิของเราจะถึงไหนก็ช่าง

เราพอใจอารมณ์สมาธิที่เราถึงในขณะนั้น ต้องการอย่างเดียว คืออารมณ์จิตเป็นสุข

ถ้าหากว่าท่านไปกำหนดว่า วันนี้จะต้องเอาอย่างนั้นวันนี้จะต้องเอาอย่างนี้

นั้นมันเป็น นิวรณ์ เข้ามาครอบงำจิต คือ อุทธัจจกุกกุจจะ

ถ้าอารมณ์ไม่สามารถจะถึงจุดนั้นได้จริง ๆ ความกลุ้มมันก็เกิด

แทนที่จะมีสุขอารมณ์สงบตามความมุ่งหมายของสมถ

ภาวนา มันก็เลยกลายเป็นจิตพล่านไป ขาดทุน ตอนนี้ต้องจำให้ดี

วิธีที่จะดีที่สุดนั้นก็คือ นั่งอยู่ก็ดี ยืนอยู่ก็ดี นอนอยู่ก็ดี เดินไปบิณฑบาต

เดินไปทำงานหรือทำงานทำการอยู่ก็ดี

เอาจิตจับคำภาวนาว่า พุทโธ ธัมโม สังโฆ ไว้เป็นปกติ

อย่าให้อารมณ์ขาดจากอนุสสติทั้ง 3 ประการ ถ้าอาการ

ของท่านทรงได้อย่างนี้ละก็ ก็ถือว่าท่านเป็นผู้ทรงฌาน

?

โอวาทหลวงพ่อ เล่ม 1 ข้อ 149/62

รวมโอวาทหลวงพ่อวันนี้

ค้นหาบทความทุกหมวด

รวมบทความน่าสนใจ

มงคล 38 และอุทุมพริกสูตร - มงคลที่ ๓๗ "ความไม่ยินดี"
เสาร์, 10 พฤศจิกายน 2012
มงคลที่ ๓๗ "ความไม่ยินดี" อีกข้อหนึ่งท่านว่า?วิรชํ เอตมฺมํคลมุตฺตมํ?ความไม่ยินดีเอาละซิ เฮอะ?ความไม่ยินดี มีความสุขที่สุด?ถูก คำว่าไม่ยินดีในที่นี้หมายความว่าไม่ยินดีในความเกิด ไม่ยินดีในความอยาก เอาเสียยังงี้ก็แล้วกัน รวมความว่าธรรมใด ๆ เป็นส่วนดี คือ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุขมันโผล่ขึ้นมาไม่ยินดีเลย ไอ้ข้อต้นก็มีอะไร เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์... อ่านเพิ่มเติม...
บันทึกประหลาด ตอนที่ ๔
พฤหัสบดี, 05 พฤศจิกายน 2009
? บันทึกประหลาด ตอนที่ ๔ ฉัน ชอบที่คุณเล่าความจริงให้ฟังไม่มีอะไรปิดบัง ชายอย่างคุณนี้หาได้ยาก มีแต่พวกที่คอยหลอก ลวงอวดอ้างเป็นใหญ่เป็นโต อุดมด้วยทรัพย์สินเงินทองเป็นส่วนมาก นี่คุณเป็นคนพูดตรงไปตรงมา อย่างนี้ ถ้าเป็นคนอื่นฉันไม่รู้ใจเขา แต่สำหรับฉันขอรับสารภาพว่าฉันชอบชายชนิดนี้ เพราะเป็นคน เข้มแข็งอดทนต่อความลำบากแต่คนเราก็ต้องมีหลักประกัน... อ่านเพิ่มเติม...
วิมุตติ คือ ความหลุดพ้น
อาทิตย์, 28 มีนาคม 2010
?วิมุตติ คือ ความหลุดพ้น ? การทำ ความดี มีการให้ทาน รักษาศีล ภาวนา เป็นต้น? การทำความชั่ว มีกายทุจริต วจีทุจริต เป็นต้น? ? ครั้นเราทำความดีจะตามสนองให้เรามีความสุข มีสุคติเป็นที่ไป? ครั้นเราทำความชั่ว ความชั่วจะตาม ? สนองให้เรามีความทุกข์? มีทุคติเป็นที่ไป พวกเราได้อัตภาพร่างกายมาสมบูรณ์บริบูรณ์? ก็เป็นเพราะ ปุ ? พเพกตปุญญตาบุญของเราได้ทำมาแต่ปางก่อน? ... อ่านเพิ่มเติม...
ความตายไม่มีนิมิตเครื่องหมาย
อังคาร, 08 มีนาคม 2011
? ผู้ที่คิดถึงความตาย รู้ตัวว่าจะตายแล้ว ย่อมไม่สั่งสมความชั่ว ? คอยปลีกตัวออกจากความชั่ว และมีอารมณ์ไม่หวั่นไหว ? ในเมื่อความตายมาถึงแล้ว เพราะคิดอยู่ รู้อยู่เสมอแล้วว่า เราต้องตายแน่ ? ความตายนี้หานิมิตเครื่องหมายไม่ได้ กำหนดการเกิดหมอบอกได้ ? แต่กำหนดเวลาตายไม่มีใครกำหนดได้แน่นอนสำหรับปุถุชนคนธรรมดา ? สำหรับพระอริยเจ้า... อ่านเพิ่มเติม...
มงคล 38 และอุทุมพริกสูตร - มงคลที่ ๗ "การเป็นพหูสูตร"
อังคาร, 11 สิงหาคม 2009
มงคลที่ ๗ "การเป็นพหูสูตร" มงคลที่ ๗ พระพุทธเจ้าตรัสเป็นภาษาบาลีว่า?พาหุสจฺจญฺจ เอตมฺมํคลมุตฺมํ?แปลความว่า?การเป็นพหูสูตร จัดว่าเป็นอุดมมงคล คำว่า พหูสูตรนี่ แปลว่าเป็นคนจำอะไรไว้ได้มาก เช่นพระอานนท์ คือว่าจำไว้หมดทั้งความดีและความชั่ว สิ่งใดที่เป็นความชั่ว เขาบอกกันว่าไม่ดีจงอย่าทำ ถ้าทำแล้วมีความเดือดร้อนอย่างนี้เราก็จำได้... อ่านเพิ่มเติม...
ปรัชญาธรรม หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
พฤหัสบดี, 19 พฤศจิกายน 2009
ปรัชญาธรรม หลวงปู่ดูลย์ อตุโล ?พระพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้แล้วทั้งหลาย อันเป็นที่หมายในเบื้องสูงสุด และสัตว์เดรัจฉานที่เล็กแสนเล็กเกือบมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เป็นความหมายค่าของความต่ำสุด สิ่งทั้งสอนนี้ย่อมมีส่วนแห่งความเป็นพุทธะเหมือนกันหมด และทุก ๆ สิ่งมีเนื้อหาเป็นอันเดียวกับพุทธะอยู่ตลอดเวลา? นี้เป็นปรัชญาธรรมอันล้ำค่าที่เหนือความจริงทั้งหมด ... อ่านเพิ่มเติม...
อารมณ์กลุ้มจะพาลงนรก
ศุกร์, 06 มกราคม 2012
? การเจริญพระกรรมฐานว่าคำว่า ฌานก็คืออารมณ์ชิน เราจะคิดให้มันนอกลู่นอกทางไป ขืนคิดนอกลู่นอกทางแล้วมีหวังลงนรกแน่นอน ไม่ต้องห่วงนะ เพราะว่าอารมณ์เรามันจะเสียอยู่แล้ว พยายามรักษาอารมณ์ให้มันดีไว้ วันหนึ่งควรจะรักษาอารมณ์ให้สบายจริง ๆ สักสอง สามนาที ก็ยังดี ให้มันชินแต่เวลาอื่นไม่มีก็ใช้เวลาก่อนจะหลับนั่นดีที่สุด แล้วเวลาตื่นใหม่ ๆ... อ่านเพิ่มเติม...
บารมี ๑๐ - ทศบารมีวิภาค - เมตตาบารมี พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท)
จันทร์, 14 มิถุนายน 2010
? ทศบารมีวิภาค - เมตตาบารมี ? พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) วัดบรมนิวาส กทม. สำเนาเทศน์เช้า เดือนอ้าย ๘ ค่ำ ๑๖ กันยายน ๒๔๗๐ อิทานิ อฏฺฐมี ทิวเส สนฺนิปติตาย พุทฺธปริสาย กาจิ ธมฺมิกถา กถิยเต, อิโต ปรํ เมตฺตาปารมึ อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ภาสิสฺสามีติ อิมสฺส ธมฺมปริยายสฺส อตฺโถ สาธายสฺมนฺเตหิ สกฺกจฺจํ โสตพฺโพติ ณ วันนี้เป็นวันอัฏฐมีดิถีที่ ๘ ค่ำ แห่งกาฬปักษ์... อ่านเพิ่มเติม...
มงคล 38 และอุทุมพริกสูตร - มงคลที่ ๓๐ "การสนทนาธรรมตามกาล"
เสาร์, 10 พฤศจิกายน 2012
มงคลที่ ๓๐ "การสนทนาธรรมตามกาล" มงคลที่ ๓๐ นี้ พระบาลีมีว่า?กาเลน ธมฺมสากจฺฉา เอตมฺมํคลมุตฺตมํ?ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่า?การสนทนาธรรมตามกาล ตามสมัยจัดว่าเป็นอุดมมงคล?ความจริง ในภาษาบาลีท่านไม่มีคำว่าสมัย กาเลนะ แปลว่าตามกาลเวลา ที่แปลเมื่อกี้นี้ แปลเป็นภาษาไทยเลยไปนิดหนึ่งว่า การสนทนาธรรมตามกาล นี่แค่พระบาลีทิ้งท้ายคำว่าสมัยไว้ด้วยก็เห็นจะไม่ผิด... อ่านเพิ่มเติม...
บาปกับเคราะห์
พุธ, 14 เมษายน 2010
บาปกับเคราะห์ บาปกับเคราะห์ วันหนึ่งเราได้สนทนาระหว่างเพื่อนๆ ในเวลาอาหารกลางวัน เพื่อนที่เป็นหมอความคนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า "ผม รับว่าคดี แพ่งฝ่ายจำเลยเรื่องหนึ่ง แต่ไม่ทันไปถึงศาล เพียงผมชี้ให้เห็น "หลักธรรม" ทั้งสองฝ่ายก็ได้ประนีประนอมกันเรียบร้อย แต่กว่าจะตกลงกันได้ผมก็ต้องชักแม่น้ำทั้ง ๕ ของศีลธรรมมาเทศนากันแทบแย่ ... อ่านเพิ่มเติม...
ดี.......ให้พอดี!
พฤหัสบดี, 28 ตุลาคม 2010
ดี.......ให้พอดี! หลวงพ่อชา สุภัทโท ...เราศึกษาธรรมะ ฟังธรรมะ เพื่อความเข้าใจในธรรมะ แล้วนำไปปฏิบัติ นี่เป็นความมุ่งหมาย... การศึกษาธรรมะนั้น พื้นฐานเป็นสิ่งที่สำคัญมาก พื้นฐานประกอบด้วยเวลาบุคคล สถานที่และเนื้อหาของธรรมะ เช่นการฟังธรรมของพวกเราในวันนี้ เรามาฟังกันในวัดที่มีความสงบเป็นฐาน เมื่อพูดอะไรออกไปก็ได้ยินกันถนัด นั่นเรียกว่าสถานที่สมควร... อ่านเพิ่มเติม...
โอวาทหลวงพ่อตอนที่ ๓๗
อังคาร, 13 เมษายน 2010
โอวาทหลวงพ่อตอนที่ ๓๗ สังโยชน์ ๑๐นักปฏิบัติเพื่อ มรรคผล ที่ท่านปฏิบัติกันมาและได้รับผลเป็นมรรคผลนั้น ท่านคอยเอาสังโยชน์? เข้าวัดอารมณ์เป็นปกติ เทียบเคียงจิตกับ สังโยชน์ ว่า เราตัดอะไรได้เพียงใดแล้วจะรู้ผลปฏิบัติตามอารมณ์ ที่ละนั้นเอง ไม่ใช่คิดเอาเองว่า เราเป็นพระ โสดาบัน สกิทาคามีอนาคามี อรหันต์ตามแบบคิด แบบเข้าใจเอาเองสังโยชน์ ทั้ง ๑๐ ข้อนี้... อ่านเพิ่มเติม...
ธรรมมีอยู่ทุกเวลา พระธรรมเทศนาของหลวงปู่สิม พุทธาจาโร
อาทิตย์, 22 พฤศจิกายน 2009
ธรรมมีอยู่ทุกเวลา พระธรรมเทศนาของหลวงปู่สิม พุทธาจาโร นิตยสารธรรมจักษุ ปีที่ ๘๒ ฉบับที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๑ การฟังธรรมนั้น?? ความจริงธรรมนั้นมีอยู่ทั่วไป? ถ้าใจเราตั้งมั่นเป็นสมาธิภาวนา อะไร ๆ ก็เป็นธรรมเป็นพระธรรมพระวินัยทั้งนั้นแหละ การฟังธรรมจึงไม่เลือกกาล ไม่เลือกเวลากาลเวลาที่เราดังนี้เรียกว่าเป็นเวลาเป็นระยะ... อ่านเพิ่มเติม...
คู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน - อัชฌาสัยปฏิสัมภิทัปปัตโต - เสี้ยนหนามของฌาน ๔
จันทร์, 22 ตุลาคม 2012
เสี้ยนหนามของฌาน ๔ เสี้ยนหนาม หรือศัตรูตัวสำคัญของฌาน ๔ ก็คือ "ลมหายใจ" เพราะถ้าปรากฏว่ามีลมหายใจ ปรากฏเมื่อเข้าฌาน ๔ ก็จงทราบเถิดว่า จิตของท่านมีสมาธิต่ำกว่าฌาน ๔ แล้ว จงอย่าสนใจกับ ลมหายใจเลยเป็นอันขาด 
ม้าขาวช่วย,ภิกษุมั่น ประสบการณ์โลกทิพย์ในการออกธุดงค์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต (ตอนที่ ๖)
อังคาร, 15 ธันวาคม 2009
? ? ประสบการณ์โลกทิพย์ ในการออกธุดงค์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต (ตอนที่ ๖) ? ม้าขาวช่วย ? ขณะท่านมั่นกำลังขับลำเหงื่อแตก ตอบโต้กับหญิงสาวไปแกน ๆ อย่างฝืนใจนี้ พอดีก็มีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยไว้ได้ทัน ท่วงทีเหมือนเทวดาโปรด นั่นคือเพื่อนฝูงที่อยู่ข้างเวที ก็เห็นท่านมั่นกำลังถูกหญิงสาวต้อนเอา ๆ ด้วยเชิงกลอนต่าง ๆ ย่ำแย่ ไปเลย... อ่านเพิ่มเติม...