Get Adobe Flash player

จุไรท่องเที่ยวดวงดาว - นิทานตัวอย่าง เรื่องหนู ๓ ตัว

(0 VOTITALY_VOTES, VOTITALY_AVERAGE: 0 VOTITALY_OUTOF)
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน - จุไรท่องเที่ยวดวงดาว

alt

นิทานตัวอย่าง

เรื่อง หนู 3 ตัว

โดย ส.

วันนี้วันที่ 16 มิถุนายน 2530 มองดูว่าเป็นเวลา 9 นาฬิกาพอดี วันนี้รู้สึกว่าร่างกายปลอดโปร่ง เรี่ยวแรงเริ่มมีขึ้น แต่ว่าการเดินก็ยังมึนงงอยู่ สภาพร่างกายไม่ปรกติ

ในเมื่อมีแรงอยู่บ้าง ว่างจากงานเล็กน้อยในตอนเช้า ก็หาเรื่องมาเล่าสู่ลูกหลานฟัง เพราะว่าเรื่องนิทานนี่เป็นเรื่องดี ไม่จำเป็นต้องใช้เรื่องจริงเสมอไป แต่ทว่าอะไรถ้ามันมีประโยชน์ ก็นำมาเล่าสู่กันฟังได้ นิทานที่จะเล่าต่อไปนี้ เนื้อเรื่อง จริง ๆ จะให้ชื่อว่า “จุไรท่องเที่ยวจักรวาล หรือว่าดวงดาวต่าง ๆ ” แต่ก่อนจะเข้าถึงเรื่องนั้น ขอบรรดาลูกหลานทั้งหลายจงจำไว้ว่า คำว่า“นิทาน” ไม่ใช่ของจริงเสมอไป อาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้ เรื่องไม่จริงก็ได้ แต่ทว่าให้มีคติสำหรับฟังก็แล้วกัน

ตัวอย่างนิทาน เมื่อสมัยพ่อยังเป็นเด็กเวลานั้นเห็นหนังสือเล่มหนึ่ง หนังสือนี้ไม่ใช่หนังสือไทย เป็นหนังสือเทศ คำว่า“เทศ” คือไม่ใช่ไทย เจ้าของหนังสือจมูกโด่ง ผิวขาวตัวสูง แต่ขาวของเขาออกเป็นซีด พูดภาษาไทยไม่รู้เรื่อง ฟังเขาพูดก็ไม่รู้เรื่อง เขาถือหนังสือมาฉบับหนึ่ง เขาส่งให้ พลิกเข้าในเรื่องแรกเห็นมีหนูอยู่ 3 ตัว เป็นหนูพ่อตัวหนึ่ง หนูแม่ตัวหนึ่ง หนูลูกสาวอีกตัวหนึ่ง และในที่นั้นก็มีดวงอาทิตย์อยู่เบื้องบน ส่องแสงสว่างจ้า แล้วก็มีเทวดาประจำดวงอาทิตย์ เห็นภาพเขาทำอย่างนั้นก็สงสัย จะอ่านหนังสือประเภทนั้นก็อ่านไม่เป็น เพราะไม่ได้เรียนภาษานั้น จะไปหาใครเขาอ่านให้ฟังก็หาคนอื่นไม่ได้ เจ้าของหนังสือก็ไปแล้ว

มองไปมองมาเห็นพี่สาวอยู่คนหนึ่ง ชื่อว่า “พี่ปาก” ปากนี่ตัว ป. สระอา ก. สะกด พี่ปากแกชอบพูด ชอบอ่าน ชอบเล่านิทาน ชอบทุกอย่าง ชอบพูดดี ชอบพูดไม่ดี ชอบพูดจริง

ชอบพูดไม่จริง บางครั้งก็พูดปด พูดหยาบ ใช้วาจาเท็จ ส่อเสียด ยุยงให้เขาแตกกัน บางครั้งก็พูดไม่ได้เรื่อง แต่บางคราว พี่ปากแกก็ดี แกก็พูดจริง มีประโยชน์ แต่บางครั้ง พี่ปากแกก็ช่วยหาอาหารใส่เข้าไปในท้อง ก็รวมความว่า “พี่ปาก” มีทั้งคุณและโทษ ตามที่สุนทรภู่ท่านว่าไว้ ว่า “คนจะชั่วจะดีอยู่ที่ปาก จะได้ยากโหยหิวเพราะชิว

ความจริงป่วย ร่างกายยังไม่ดีก็ช่างมัน เวลากาลผ่านไปหลายปีไม่ได้พูดกับลูกกับหลาน ชักรำคาญ และก็ถ้าลูกหลานจะถามว่า “พ่อไปไหนมา” ก็ต้องตอบลูกทั้งหลายว่า

พ่อกำลังเดินทางไปเมืองผี” ใช้เวลาเดินทางหลายปี ทีแรกก็เดินช้า ๆ ต่อมา พ..2525 ก็เริ่ม

เดินเร็วขึ้น ต่อมาเมื่อ พ.. 2528 ตอนนี้วิ่ง เมื่อ พ.. 2528 วิ่งจัด วิ่งหนักใกล้เมืองผีเข้าไป

..2529 จะเข้าประตูเมืองผี พอปลาย พ.. 2529 ก็เข้าเขตประตู มาถึงระยะนี้เข้าเกือบจะถึงใจกลางเมือง เกือบจะยึดเมืองผีเป็นสมบัติอยู่แล้ว แต่บังเอิญ ปรากฏว่า ผีใหญ่ ปรากฏออกมา

มีบัญชาว่า“เธอจงกลับ เธอไม่มีอำนาจจะมายึดเมืองผีเป็นสมบัติของตนได้ ถ้าต้องการเมืองผีเป็นสมบัติของตนแล้วไซร์ วันหน้ามาได้ วันนี้มาไม่ได้ กลับไปก่อน”

ในเมื่อดื้อแพ่งจะไม่กลับ เขาก็ส่งอาวุธร้าย คือ พญาโอสถเป็นแม่ทัพใหญ่เข้ามากำจัด ต้องถอยทัพกลับมา และในที่สุด ใน 3 วันต่อมานี้ส่งพญาอาหารเข้ามาทุ่มเทโจมตีอย่างหนัก แต่ตีไม่ละ ก็รวมความว่า ต้องกลับมา ตั้งฐานทัพใหม่ที่เดิม และก็จ้องอยู่เหมือนกัน ถ้าผีเผลอเมื่อไหร่ ก็ยึดเมืองเมื่อนั้น

ก็รวมความว่า ยังไปอยู่เมืองผีไม่ได้ ก็ต้องตั้งใจกลับมาอยู่เมืองคนก่อน ตอนนี้การที่มาอยู่เมืองคน บรรดาลูกหลานทั้งหลายมันก็รำคาญ และก็มาอยู่กับพี่ปาก พี่ปากแกก็ชวนพูด ในเมื่อเราไม่พูดแกก็พูดแทน ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่าแกมีนิสัยชอบพูด ในเมื่อ พี่ปากแกชอบพูด ก็เลยวานพี่ปาก แต่ในระยะนั้นตอนเป็นเด็ก เห็นหนังสือฉบับนั้นเรื่องราวเป็นอย่างไรไม่ทราบ วานให้พี่ปากเล่าให้ฟัง พี่ปากแกดู ๆ แกไม่ได้อ่าน แกเล่าให้ฟังว่า ถ้าอ่านมันรำคาญ แกบอกว่าเรื่องราว เป็นอย่างนี้

หนังสือของ เจ้าจมูกโด่ง ผิวขาวซีด ตัวสูง พูดฟุตฟิตโฟไฟ หนังสือเล่มนี้มันก็เขียนแบบนั้น อ่านไปก็ไม่รู้เรื่อง” พี่ปากแกก็เลยบอกว่า “ เดาตามภาพดีกว่า” พี่ปากก็เลยเดา พี่ปากเล่าให้ฟังว่า “นึกว่าภาพต้องเป็นอย่างนี้” เนื้อเรื่องของพี่ปากมีว่า

ในหนังสือเล่มนี้ ตามภาพมีหนูอยู่ 2 ตัว ซึ่งเป็นหนูใหญ่ ตัวหนึ่งเป็นหนูตัวเมีย ตัวหนึ่งเป็นหนูตัวผู้ สมสู่อยู่ด้วยกันในฐานะ สามีภรรยา แล้วก็ต่อมาหนูตัวเมียก็ตั้งครรภ์คือมีท้อง เมื่อหนูตัวเมียท้องขึ้นมา ผัวตัวผู้ก็มีหน้าที่หาอาหาร และก็นำหนูตัวเมียซึ่งเป็นภรรยา ไปอาบน้ำบ้าง กินอาหารใกล้ ๆ ถ้าไกลเกินไปก็ไม่ยอมให้เมียไป เกรงว่าจะมีอันตราย แต่เผอิญในหนังสือนั้น ไม่มีภาพแมว เป็นอันว่า หนูตัวนี้ไม่มีศัตรูจากแมว เมียอยู่เป็นสุข ผัวก็เป็นสุข เพราะเมียมีลูก อยู่ใกล้เมีย แต่ความทุกข์ของผัวตัวผู้ตัวเมียมีอยู่ ผัวตัวผู้ต้องหาอาหารมาให้เมีย เหนื่อยมากขึ้นไปหน่อย หนูตัวเมียหาอาหารเลี้ยงเองตามลำพังตามที่อยู่ใกล้ ๆ นอกจากนั้นก็ตั้งใจรักษาครรภ์คือลูกที่อยู่ในท้อง

ก็รวมความว่าหนูทั้ง 2 ตัวมีทุกข์ แต่ว่าเธอก็ไม่รู้จักทุกข์ มีแต่ความสุขใจ คิดว่าเวลานี้เราจะได้ลูก เมื่อลูกคลอดออกามาก็ปรากฏว่า เป็นลูกตัวเมีย ขาวผ่องเป็นหนูเผือก

หนูพ่อหนูแม่ก็เป็นหนูดำ เรียกว่า “หนูพุก” เป็นหนูใหญ่ แต่ลูกสาวออกมาไซร์ขาวปลอด

ท่านพ่อก็คิดว่าลูกสาวของเราเป็นหนูที่มีบุญบารมี มีศักดิ์ศรีมาก ทางที่ดีการจะให้ลูกสาวแต่งงานกับหนูตัวใดตัวหนึ่งในเหล่าหนูด้วยกันก็เห็นจะไม่เหมาะสมศักดิ์ศรีของหนูที่มีราศีมาก คือหนูลูกสาว ซึ่งเป็นหนูขาว หรือหนูเผือก จึงตั้งใจคิดว่า

?

ใครหนอในโลกนี้ ที่มีอานุภาพมาก เราจะยกลูกสาวของเราให้เป็นภรรยาของท่านผู้นั้น เราจะได้เป็นคนมีศักดิ์ศรีใหญ่”

เมื่อ 2 ตายาย(หนู) ปรึกษาหารือกันว่าใครในโลกนี้ที่มีศักดิ์ศรีมากที่สุดมองไปมองมา ก็เห็นว่าพระอาทิตย์นี่เป็นผู้ที่มีศักดิ์ศรีใหญ่ มีอำนาจมาก มีบุญวาสนาบารมีมาก เพราะปรากฏว่า โลกทั้งโลก ไม่ว่ามุมไหนของโลก เว้นไว้แต่มีที่บัง ที่นั่นแสงอาทิตย์ย่อมส่องถึงเสมอ ฉะนั้น ผู้ที่มีอานุภาพมากกว่าพระอาทิตย์ย่อมไม่มี เมื่อปรึกษาดังนี้แล้วจึงคิดว่าถ้าลูกของเราเป็นสาว จะยกให้เป็นภรรยาของพระอาทิตย์ ต่างคนต่างตัดสินใจตกลงตามนั้น ก็พยายามประคบประหงมลูก เป็นอย่างดี เป็นอันว่าในที่สุดลูกสาวก็เป็นสาวมีความสวยมาก หนูทั้งหลายก็มีความต้องการอยากจะเป็นคู่ครอง

?

แต่ท่านพ่อพุกแม่พุก (หนูพุกนะ) ก็บอกว่า “พวกเธอศักดิ์ศรีไม่ดีพอ ลูกสาวของเราเป็นผู้มีบุญวาสนาบารมีมาก ต้องเป็นภรรยาของท่านที่มีอานุภาพมากที่สุดในโลกนี้นั่นคือพระอาทิตย์” จนกระทั่ง วันหนึ่ง ถึงวันดีคืนดีก็ได้ฤกษ์จัดของขวัญสำหรับหนูแล้วก็นำลูกสาวไปหาพระอาทิตย์

นี่บรรดาลูกหลานทั้งหลาย ฟังแล้วก็จงคิดว่า นิทานเรื่องนี้หนูเหาะไปโลกอื่นได้ ถึงโลกพระอาทิตย์ที่มีความร้อนแรงมาก ซึ่งในเรื่องรามเกียรติ์ประพันธ์ว่า พระลักษณ์ ถูก หอกโมกศักดิ์ จำเป็นต้องใช้ยาที่เขาสารพัดดี แต่ว่าแผลของพระลักษณ์ นี้ถ้าถูกแสงอาทิต

ส่องเมื่อไหร่ต้องตายเมื่อนั้น แก้ไม่ได้ ไม่สามารถจะถอนหอกโมกศักดิ์ออกมาได้ รักษาหายก็ไม่ได้ ฉะนั้นเมื่อเวลาใกล้สว่างการรักษา จะไม่ทัน พระรามจึงให้หนุมานไปห้ามพระอาทิตย์

ยังไม่ให้ขึ้น เมื่อหนุมานไปถึงเห็นกองไปดวงใหญ่ล้อมอยู่ สุริยะเทพบุตร คือพระอาทิตย์ลาก

กองไฟแสงสว่างมาท้ายรถ หนุมานเห็นเข้า ไม่รู้จะทำอย่างไรก็โดดจับท้ายรถ ท้ายรถพระอาทิตย์ ก็หวั่นแต่แสงไปที่มีความร้อนแรงขณะนั้นก็ไหม้หนุมานทั้งตัว เหลือแต่ขนเพชร

ในที่สุดพระอาทิตย์ก็ชุบขนเพชรขึ้นมาเป็นหนุมาน ถามว่า “ท่านต้องการอะไรจึงมาห้ามเรา ยึดรถเราไว้” หนุมานก็บอกว่า “เวลานี้พระนารายณ์ คือพระราม กำลังจะให้พิเภก รักษาโรคให้พระลักษณ์ผู้เป็นน้องชาย ซึ่งถูกหอกโมกศักดิ์ของกุมภกรรณ ถ้าหอกอันนี้ต้องแสงอาทิตย์เมื่อไหร่นั้น พระลักษณ์แก้ไม่ฟื้นต้องตายแน่ ขอให้พระสุริยะเทพบุตรหยุดรถอย่าให้แสงไปต้องหอกโมกขศักดิ์”

พระอาทิตย์ก็บอกว่า“วัน เวลา หน้าที่ต้องเป็นหน้าที่ หยุดไม่ได้ ถ้าหยุดแล้ววันคืนจะล่วงไป คือเปลี่ยนเวลาไป แต่ถึงกระไรก็ดี แสงของเรานี้ไม่ถูกหอกโมกขศักดิ์แน่”

จึงขับรถเข้ากลีบเมฆ ให้เมฆบังไว้ส่วนหนึ่ง ซึ่งแสงนั้นจะสะท้อนไปถึง หรือส่องไปถึงพระลักษณ์ก็ไม่ได้ เพราะเมฆบังไว้

ก็รวมความว่า พระอาทิตย์ตามเรื่องรามเกียรติ์เป็นกองไฟดวงใหญ่ และก็มีเทวดานำรถลากดวงไฟกองนั้น ให้แสงสว่างกับโลก แต่ในเรื่องรามเกียรติ์นี้ก็เป็นนิทานเหมือนกัน เพราะว่าความจริงพระอาทิตย์ไม่ได้เป็นอย่างนั้ แต่ในเมื่อเป็นนิทานซะอย่างอะไรก็ได้ (เล่านอกเรื่องไปนะ) ต่อมาก็เป็นอันว่าหนุมานก็เหาะได้ “หนุมาน” ก็เป็นสัตว์ คือ ลิง

เวลานี้ เรื่องหนูเหาะได้เหมือนกัน ก็รวมความว่านิทานเรื่องนี้เป็นนิทานเหาะ จะต้องท่องเที่ยวในจักรวาลต่าง ๆ คือดวงดาวต่าง ๆ ตามเรื่องราวของนิทาน

?

ฉะนั้นลูกที่รักฟัง จงเข้าใจว่าต่อไปนี้ พ่อจะเล่านิทาน ไม่ใช่เล่าพระสูตร หรือเล่าชาดก ก็รวมความว่า หนู 3 ตัวเหาะ ไม่ทราบว่าแกไปฝึกอภิญญาที่ไหน ถ้าเป็นอภิญญาต้องเรียกอภิญญาหนู หรือว่า อภิญญาพุก ในเมื่อเหาะเข้าไปใกล้พระอาทิตย์ ตอนนี้ไฟไม่ยกไหม้ แสดงว่า แสงอาทิตย์ หรือไฟดวงใหญ่กลัวรัศมีของหนู เป็นอันว่า 3 หนู เข้าไปถึงพระอาทิตย์

ได้ พระอาทิตย์ก็ถามว่า “นี่เธอมาทำไม ? เธอมาอย่างไร?” หนูก็ตอบว่า “ เหาะมา”

พระอาทิตย์ก็แปลกใจ มองไปมองมา เอะ..หนูก็ไม่มีปีก หนูก็ไม่มีเครื่องบิน หนูก็ไม่มีจรวดสำหรับจะใช้ สามารถเหาะได้ต้องถือว่าหนูนี่มีบุญญาธิการมาก จึงถามความประสงค์ว่า

เจ้ามานี่เพื่อประโยชน์อะไร?” หนูก็บอกว่า “การที่มานี่มีเจตนาใหญ่อยากจะนำของดีมาให้ท่าน พระอาทิตย์ก็ถามว่า “ของดีนั่นคืออะไร?” หนูผู้เป็นพ่อก็บอกว่า “ของดีคือลูกสาว

ข้าพเจ้ามีลูกสาวอยู่ตัวหนึ่ง สวยมาก เป็นหนูที่มีบุญญาธิการมาก คือเป็นหนูเผือก ขาวปลอด

การที่หนูมีสีขาวปลอดถือว่าเป็นหนูที่มีศักดิ์ศรีใหญ่ จะให้เป็นคู่ครองก็เห็นว่าไม่สมควร เพราะว่า

ผู้ที่มีศักดิ์ศรีใหญ่เป็นมิ่งขวัญอย่างนี้ ต้องเป็นภรรยาของท่านผู้มีอานุภาพมากในโลก จึงจะสมศักดิ์ศรี ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าท่านมีอานุภาพมากที่สุดในโลก โลกนี้ทั้งโลกจะอยู่ที่ไหนก็ตาม แสงสว่างของท่านปกคลุมส่องแสงเสมอ ทำให้โลกทั้งโลกสว่าง จึงถือว่าท่านมีอานุภาพมากจริง ๆ ฉะนั้นจึงขอหนูลูกหญิงให้เป็นภรรยาของท่าน จะได้สมศักดิ์ศรีที่มีหนูที่มีอานุภาพมาก”

?

พระอาทิตย์ฟัง แล้วก็ยิ้มในใจ คิดในใจว่า “พ่อหนู แม่หนู เอ๋ย เจ้าคิดพลาดไปมากเราซึ่งเป็นสุริยะเทพบุตร คือพระอาทิตย์ มีชีวิตอยู่บนสรวงสวรรค์ ร่างกายของเรานั้นเป็นนามธรรม ไม่มีธาตุทั้ง 4 คือ ไม่มีธาตุน้ำ ธาตุดิน ธาตุลม ธาตุไฟ ความแข็งแกร่งของร่างกายเหมือนกับสัตว์ในโลกหรือมนุษยโลกไม่มี และสถานที่อยู่ของเรานี้ก็เป็นวิมาน วิมานนี่เป็นนามธรรมเหมือนกัน ที่เป็นรูปก็เพราะรูปในนาม

ความจริงเรื่องนามธรรมนี่ บรรดาลูกหลานทั้งหลาย บางคนคิดว่าไม่มีอะไรเป็นรูปเลย เขามีรูปเหมือนกัน เขาเรียกว่ารูปในนาม คือนามธรรมก็เป็นรูป เป็นรูปคนก็ได้

เป็นรูปสถานที่ก็ได้ ได้ทั้งหมดทุกอย่าง แต่ว่าคนอย่างเรา ๆ ที่มีเนื้อมีหนังที่เรียกว่าธาตุ 4 หรือบรรดาสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้มีธาตุ 4 มีน้ำหนักมาก ร่างกายหยาบ จะไปอยู่วิมานของพวกนามธรรมนี่อยู่ไม่ได้ ถ้าเดินเข้าไปถึงวิมานเมื่อไหร่ก็จะมีความรู้สึกว่าขณะนี้นั่งอยู่ในอากาศ น้ำหนักจะถ่วงมากหล่นตุ๊บลงมาทันที สำหรับพวกนามธรรมจริงอย่างเทวดาหรือพรหม เป็นต้น อย่างนี้เขาอยู่กันได้ เพราะมีความเบาเสมอกัน นี่พูดกันตามภาษาชาวบ้าน ๆ นะ นักปราชญ์ทั้งหลายฟังแล้วจงอย่าคิดว่านี่เป็นของจริง คือเป็นนิทาน

?

พระอาทิตย์ก็คิดในใจ ว่าหนูทั้ง 2 นี่ตั้งใจผิด คิดผิด คิดว่าเราพระอาทิตย์ จะรับภรรยาที่มีรูป มีร่างกาย คือธาตุ 4 ธาตุน้ำ ธาตุดิน ธาตุลม ธาตุไฟได้ และอีกประการหนึ่งเธอก็ได้เป็นสัตว์ ถึงแม้จะเป็นมนุษย์ก็รับไม่ได้ เพราะสภาพร่างกายของมนุษย์ก็ดี ของสัตว์ก็ดี มีสภาพสกปรกมาก ไม่มีการทรงตัว ซึ่งผิดกับเราซึ่งเป็นเทวดา เราเป็นเทวดาเกิดวันไหน โตเท่าไหน ก็โตแบบนั้นตลอด ไม่มีความเป็นเด็ก ไม่มีความเป็นคนแก่ การป่วยไข้ไม่สบายก็ไม่มี อาหารที่บริโภคก็ไม่ต้องหา อิ่มตลอดเวลา ถ้ารับลูกหนูมาเป็นภรรยา ที่นี่ไม่มีอาหาร ร้านก๋วยเตี๋ยวก็ไม่มี ร้านขายปลาย่างปลาเค็มก็ไม่มี ร้านขายถั่วสำหรับหนูก็ไม่มี ที่นี่ไม่มีใคร ทำมาหากิน หนูเข้าใจผิดคิดว่าเราจะรับได้ แต่ถ้าหากเราไม่รับ จะพูดตรงไปตรงมาหนูก็จะเสียกำลังใจ

พระอาทิตย์จึงได้หานโยบายเพื่อรักษากำลังใจของหนูทั้ง 3 จึงได้กล่าวว่า

โภ ปุริสะ ดูก่อนผู้เจริญ การมาของท่านถือว่า เป็นมงคลอย่างยิ่ง ท่านนำลูกสาวซึ่งเป็นหญิง

มีความสวยสดงดงามมาก ต้องถือว่าท่านเป็นผู้มีบุญบารมีอย่างสูง การที่มีรูปสวยงดงามอย่าง

นี้ได้ในชาติก่อน ก่อนที่จะมาเกิดนี่ต้องเป็นคนประกอบด้วยเมตตาบารมีอย่างหนัก เพราะคนใดถ้ามีเมตตาบารมี มีแต่ความรัก ไม่ประกาศตนเป็นศัตรูกับใคร เจอะหน้าบุคคลใดก็ตาม มีแต่ความยิ้มแย้มแจ่มใสทำหน้าตาสดชื่น ไม่หน้าบึ้งไม่หน้าบูดกล่าววาจาก็ไพเราะ อย่างนี้บุคคลประเภทนี้ไปเกิดชาติหน้า ชาติไหนก็ตามจะมีความสวยสดงดงามเป็นพิเศษ เ พราะฉะนั้น ลูกสาวของท่านเป็นผู้ที่มีบุญญาธิการมาก แต่ในการที่ท่านทั้ง 2 จะนำลูกสาวมายกให้นี่ก็ขอขอบคุณ ด้วยคิดว่าเราเป็นผู้มีอานุภาพมากในโลก ถ้าเรารับไว้ท่านจะเสียกำลังใจภายหลัง

ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะเราจริง ๆ ไม่มีอานุภาพตามที่ท่านคิด สิ่งที่ไม่เป็นมิตร คือเป็นศัตรูกับเราคือ มีอานุภาพ มากกว่าเรามีอยู่”

หนูทั้ง 2 ตัวก็สงสัย ถามว่า“ใครหนอในโลกนี้ที่มีอานุภาพมากกว่าท่าน เป็นศัตรูสำคัญที่ท่านไม่สามารถจะทำอันตรายเขาได้ ถ้าเขาแผลงเดชขึ้นมาเมื่อไหร่ กำลังของท่าน

ก็จะถูกยับยั้งทันที” พระอาทิตย์กล่าวว่า “เรื่องนี้เป็นของไม่ยาก ท่านลืมสังเกตไป แสงของเรานั้นไซร์ ความสว่างพุ่งไปในจักรวาลทั้งหมดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกมนุษย์ที่ท่านอาศัยอยู่ แต่ว่าเมื่อใดศัตรูของเราแผลงฤทธิ์ นั่นคือ เมฆก้อนใหญ่ แสงเราไม่สามารถจะส่องผ่านก้อนเมฆไปได้ ที่ใดมีเมฆตรงแสงของเรา แสงจองเราจะค้างอยู่ด้านบน ตอนนั้นจะปราศจากแสงสว่างจากเรา ฉะนั้น เมื่อท่านทั้งหลายมีความรู้สึกว่าต้องการให้ลูกสาวที่มีอานุภาพมาก ก็ควรจะไปยกลูกสาวให้เป็นภรรยาของพญาเมฆ เพราะพญาเมฆมีอำนาจวาสนามาก มีอานุภาพมากกว่าเรา”

?

หนูทั้ง 2 ฟังแล้วก็เห็นใจ มีความเข้าใจว่า จริง ๆ หนอแล ขณะใดที่แสงพระอาทิตย์สาดไปบางครั้งร้อนจัด พอมีเมฆเข้ามาบังก็ปรากฏว่าแสงพระอาทิตย์ไม่ต้องกายเรา เกิดความเย็น ฉะนั้นสิ่งที่มีอานุภาพมากจริง ๆ ในโลกยิ่งกว่าพระอาทิตย์ต้องเป็นพญาเมฆ เมื่อมีความเห็น ตรงกันแบบนั้นแล้ว ก็ขอขอบคุณท่านสุริยะเทพบุตร คือพระอาทิตย์ ลาไปตั้งใจจะไปสถิตย์ คือยกลูกสาวให้แก่พญาเมฆ

พอไปถึงพญาเมฆ ก็พูดเหมือนพระอาทิตย์ เรียนให้ทราบว่าต้องการมายกลูกสาวให้ (ตอนนี้ขอย่อ) ว่า “ในฐานะที่ท่านมีอานุภาพมาก มากกว่าสุริยะเทพบุตร คือพระอาทิตย์ ไปหามาแล้วพระอาทิตย์บอกว่าท่านมีอานุภาพมากสามารถที่จะบังแสงอาทิตย์ไม่ให้ตกลงไปถึงโลกได้” พญาเมฆก็ยอมรับว่า “ นั่นเป็นความจริง พระอาทิตย์ถึงแม้จะมีอานุภาพมาก ทำแสงสว่างคลุมโลกก็ตามที แต่อานุภาพของเรานี้หนักกว่ามาก สามารถบังแสงไม่ให้ผ่านไปได้ตามใจชอบ ในสถานที่ใด พระอาทิตย์ทำให้โลกร้อน เราก็เข้าไปบังแสงพระอาทิตย์ เสียโลกก็เย็น ถ้าที่ไหนขาดความชุ่มชื่น เราก็เอาเมฆของเราเข้าไปบังและโปรยปรายน้ำจากกระแสเมฆให้ตกลงพื้นดิน โลกก็ชุ่มชื้นสามารถ ปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหาร ได้ไม่ขาดน้ำ อานุภาพของเรามากกว่าพระอาทิตย์จริง”

หนูก็บอกว่า “การมาคราวนี้ จะเอาลูกสาวไปยกให้พระอาทิตย์ซึ่งมีอานุภาพมาก ท่านบอกมีอานภาพสู้ท่านไม่ได้ ใ ห้นำลูกสาวของเรามายกให้ท่าน” พญาเมฆฟังแล้วก็ตกใจ อยู่ ๆ ลาภใหญ่มันจะมาถึง แต่ลาภนี้มันจะใหญ่เกินไปสำหรับพญาเมฆ ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่า พญาเมฆก็เป็นเพียงก้อนน้ำก้อนหนึ่งที่เป็นละอองน้อย ๆ เข้าจับเป็นก้อนซึ่งไม่หนาแน่นนัก อยู่ในอากาศ อาหารสำหรับหนูไม่มี และก็มีความเย็นจัด ถ้าเอาหนูเข้ามาไว้เป็นภรรยาก็ไม่ต่างอะไรกับเอาหนูเข้าไปแช่น้ำแข็งเธอก็ต้องตาย สงสารชีวิตหนูใหญ่ 2 ตัวคือ

พ่อ แม่ ช่างมีความโง่เขลาเบาปัญญาเหลือเกิน แต่ว่าถ้าจะพูดตรง ๆ ก็เกรงว่าจะเสียกำลังใจ จึงได้กล่าวคำเป็นอุบายว่า

โภ ปุริสะ ดูก่อน บุรุษผู้เจริญ ความจริงเรามีอานุภาพมากกว่าพระอาทิตย์จริง แต่ทว่าจะรับลูกหญิงของท่านไปเป็นภรรยานั้นมันไม่ได้ อานุภาพของเราสามารถกั้นแสงอาทิตย์ได้จริงแหล่ แต่ทว่าสิ่งที่มีอานุภาพมากกว่าเรามีอยู่ท่านหนึ่ง เราจับก้อนอยู่ดีดี ถ้าวันดีคืนดีเธอไม่ชอบก็มาทำลายก้อนของเราให้กระจายไป เป็นอันว่าอานุภาพของท่านผู้นี้ไซร์ มาเมื่อไหร่เราก็แตกกระจาย พระอาทิตย์ก็ซ้ำเติมทันที แสงสว่างของพระอาทิตย์นี้ก็จะรอดลงมาทันทีทันใด”

?

หนูก็ถามว่า “ใครหนอที่มีอานุภาพมากกว่าท่าน” พญาเมฆก็บอกว่า

พระพาย พระพายเทพบุตรมีอานุภาพมากกว่าเยอะ” พระพายไม่ใช่พระแจว พระแจวก็ไม่ใช่พระถ่อ พระพายนี่มีกำลังเบากว่าพระแจว พระแจวมีกำลังน้อยกว่าพระถ่อ พระถ่อสามารถไปในน้ำตื้น ๆ ได้ ถ่อเรือให้วิ่งไปได้ พระแจวไม่สามารถจะทำได้ แต่พระแจวก็มีอานุภาพมากกว่าพระพาย เพราะเรือถ้าใหญ่เกินไปพระพายพายไม่ไหวพระแจวนำไปได้ ก็รวมความว่า พระพายพระแจวที่พูดนี้ พระถ่อมันอยู่ในแม่น้ำ แต่ว่าพระพายที่พูดถึงเมื่อกี้นี้เป็นลม ไม่ใช่อยู่ในแม่น้ำ พระพาย คือ ลม วาตะ คือ ลม

ก็รวมความว่า พญาเมฆก็บอกว่า "พระพายมีอานุภาพมากกว่าเรา ท่านต้องการลูกเขยที่มีอานุภาพมากในโลกให้ไปยกให้พระพาย คือ ลม"

พญาหนูเห็นใจก็ลาพญาเมฆไป นำไปหาพระพาย (ขอเล่าย่อ) ไปถึงพระพายก็พูดเหมือนกันว่า "เราที่ว่ามีอานุภาพมากกว่าใครในโลกนั้นไม่จริง สิ่งที่มีอานุภาพมากกว่าเราก็คือกำแพง เราพัดไปด้วยกำลังแรงเจอะกำแพงก็ต้องหยุดเหมือนกัน ฉะนั้นกำแพงจึงมีอานุภาพมากกว่าเรา ขอให้ท่านไปยกให้กำแพงเถอะ"

แต่ในที่สุดหนูก็นำลูกสาวไปหาพญากำแพง แต่ไม่ใช่วชิรปราการนะ ไม่ใช่พญากำแพงเพชร พญากำแพงก็บอกว่า "จริง ฉันสามารถยับยั้งพระพายไม่ให้พัดต่อไปได้ แต่ว่าท่านที่มีอานุภาพใหญ่กว่าเราก็คือหนู เราตั้งอยู่ดี ๆ สามารถยับยั้งลมได้ แต่หนูมาเมื่อไหร่กัดกำแพงทะลุเมื่อนั้นลมรอดได้ทันที ก็รวมความว่าสิ่งที่มีอานุภาพมากในโลกนี้ก็คือหนู ขอท่านจงไปยกให้หนู" ในที่สุดโฉมตรูทั้ง 2 คนผัวเมียก็ต้องยกลูกสาวให้แก่หนู

?

สำหรับนิทานเรื่องนี้ ในหนังสือแนะนำว่า ท่านให้ยับยั้งการทะเยอทะยานเกินพอดี การเป็นหนูอย่างนี้จะยกลูกสาวให้เป็นเมียพระอาทิตย์ก็ดี เป็นเมียพญาเมฆก็ดี เป็นเมียพญาลมก็ดี เป็นเมียพญากำแพงก็ดี มันไม่คู่ควรกัน ให้รู้จักฐานะของตนว่าเราเป็นหนูพอใจในการเป็นหนู หาความสุขแห่งความเป็นหนู เราเป็นคนพอใจในความเป็นคน เป็นคนฐานะเช่นไร พอใจฐานะเช่นนั้น แต่การมีความขยันหมั่นเพียรประกอบกิจการงานให้เกิดความรู้ ความสามารถ ความฉลาด ความร่ำรวย ทำได้แต่อย่าทำให้มันเกินวิสัย อย่างเห็นเขากินก๋วยเตี๋ยวชามละ 500 บาท เรามีสตางค์ 10 บาท กินแค่ 10 บาท อย่าไปกิน 12 บาท มันจะเป็นหนี้เขา 2 บาท ถ้ากิน 500 มันก็จะเป็นหนี้เขา 490 ไม่ควร ทางที่ดีมีสตางค์ 10 บาท ควรกิน 5 บาท เก็บไว้ 5 บาท หรือ กิน 2 บาท เก็บไว้ 8 บาท จะดีมาก เอาไว้เผื่อวันหน้า

ก็รวมความว่านิทานเรื่องนี้สอนไว้ว่า "ไม่ควรทะเยอทะยานเกินพอดีจะมีทุกข์"

เอาละบรรดาลูกทั้งหลาย ว่ามาว่าไป นิทานตัวอย่างก็คงขอหยุดไว้แต่เพียงเท่านี้ หยุดก่อนนะยังไม่เลิก เดี๋ยวต่อกันเรื่องใหม่ ขอความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคลสมบูรณ์พูนผล จงมีแด่ลูกรักทุกคน สวัสดี

แก้ไขล่าสุด (วันพฤหัสบดีที่ 08 พฤศจิกายน 2012 เวลา 17:43 น.)

 

ความคิดเห็นของคุณ

BBCODES_BOLDBBCODES_ITALICBBCODES_UNDERLINEBBCODES_STRIKETHROUGHBBCODES_SUBSCRIPTBBCODES_SUPERSCRIPTBBCODES_EMAILBBCODES_IMAGEBBCODES_URLBBCODES_LISTBBCODES_ULISTBBCODES_QUOTEBBCODES_CODEBBCODES_CONTENTID
SMILEYS_VERY_HAPPYSMILEYS_SMILESMILEYS_WINKSMILEYS_SADSMILEYS_SURPRISEDSMILEYS_SHOCKEDSMILEYS_CONFUSEDSMILEYS_COOLSMILEYS_LAUGHINGSMILEYS_MADSMILEYS_RAZZSMILEYS_EMBARRASSEDSMILEYS_CRYINGSMILEYS_EVILSMILEYS_TWISTED_EVILSMILEYS_ROLLING_EYESSMILEYS_EXCLAMATIONSMILEYS_QUESTIONSMILEYS_IDEASMILEYS_ARROWSMILEYS_NEUTRALSMILEYS_MR_GREENSMILEYS_GEEKSMILEYS_UBER_GEEK
YOURALIAS:
ชื่อเรื่อง:
FULLTEXT:
Random Content

โอวาทหลวงพ่อวันนี้

กฎของธรรมดา

alt

ถ้ารู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นธรรมดาเสียแล้ว ความอาลัยในชีวิตมันก็ไม่มี

เราศึกษาพระธรรมวินัยกัน ปฏิบัติสมถวิปัสสนาธุระกันก็เพื่อความดับไม่มีเชื้อ

คือการตัดอาลัยในชีวิตเท่านั้น อารมณ์ที่จะตัดอาลัยในชีวิตได้ ก็มีอารมณ์รักธรรมดา

คือ ยอมรับนับถือกฎของธรรมดา อย่าไปสนใจกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้มากนัก

ไอ้เรื่องที่จะทำให้ถูกใจเราทุกอย่างมันไม่มีถ้าใจเราเลว แต่ว่าถ้าใจเราดีเสียอย่างเดียว

ทุกอย่างในโลกมันไม่มีอะไรผิดใจเรา เพราะว่าเราทราบว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา

คำสอนพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน

?

?

รวมโอวาทหลวงพ่อวันนี้

ค้นหาบทความทุกหมวด

รวมบทความน่าสนใจ

วิญญาณที่วัดสะแกตอนที่๑
จันทร์, 09 พฤศจิกายน 2009
? วิญญาณที่วัดสะแก ตอนที่ ๑ ? (ไม่เชื่ออย่าลบหลู่) ? ข้าพเจ้า ได้เคยเขียน เรื่องเกี่ยวกับวิญญาณมาหลายเรื่อง ทุกครั้งที่เขียนก็ไม่ค่อยสบายใจนัก กลัว ? บางท่านจะเข้าใจผิดคิดว่าข้าพเจ้างมงาย แต่ความจริงข้าพเจ้ามีใจรักและเขียนและสนใจในสิ่งลี้ลับ ? ดำมืดแต่แฝงไว้ด้วย ความมหัศจรรย์ ซึ่งทางวิทยาศาสตร์ของโลกยังไม่สามารถจะพิสูจน์ ? ได้... อ่านเพิ่มเติม...
รวมเกร็ดธรรมะ จาก พระอาจารย์วิรัช โอภาโส ต่อ
พฤหัสบดี, 03 ธันวาคม 2009
รวมเกร็ดธรรมะ จาก พระอาจารย์วิรัช โอภาโส ต่อ อนึ่งเรื่องที่โพสผ่านมานั้นคัดลอกมาจากหนังสือของสำนักสงฆ์ธรรมยาน จ. เพชรบูรณ์ หลวงพ่อก็ลาพุทธภูมิ? ปี พ.ศ. ๒๕๐๖ แล้วก็สามารถทำกิจของท่านสมความปรารถนาใพรรษา นั้นเอง?? (การที่หลวงพ่อถูกทอดทิ้ง?? กลับพบอริยทรัพย์อันล้ำค่าในที่สุดเป็นสิ่งตอบแทน) การตัดกิเลส?? นั่งถือตำรา?? ไม่มีทางได้หรอกสงสารพระพุทธองค์??... อ่านเพิ่มเติม...
สุจิณฺโณรำลึก หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
พุธ, 09 ธันวาคม 2009
สุจิณฺโณรำลึก หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ? คัดลอกจากหนังสือชื่อเดียวกันจัดพิมพ์เป็นธรรมทาน เนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ คำนำ หนังสือนี้ศิษย์คณะหนึ่งของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ? วัดดอยแม่ปั๋ง? เชียงใหม่ พร้อมใจกันจัดพิมพ์ขึ้นเป็นของชำร่วยแก่ผู้ที่ไปถวายเพลิงศพหลวงปู่ เป็นการโดยเสด็จพระราชกุศลตามกำลังความสามารถหนังสือแบ่งออกเป็นสามภาค... อ่านเพิ่มเติม...
สองหน้าของสัจจธรรม...พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท)
พุธ, 07 เมษายน 2010
? สองหน้าของสัจจธรรม...พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) ในชีวิตของเรามีทางเลือกอยู่สองทาง คือ?คล้อยตามไปกับโลก หรือพยายามปฏิบัติให้อยู่เหนือโลก พระพุทธเจ้านั้นท่านทรงปฏิบัติจนพระองค์เองทรงพ้นโลก? ด้วยการตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณ ในทำนองเดียวกัน ปัญญาก็มีสอง คือ ปัญญาโลกีย์ กับปัญญาโลกุตตระ?หากเราไม่ภาวนาฝึกปฏิบัติอบรมตนเอง?ถึงจะมีปัญญาปานใด... อ่านเพิ่มเติม...
ปัจฉิมกถา (หลวงปู่ชา) วัดหนองป่าพง
พุธ, 25 พฤษภาคม 2011
♦?ปัจฉิมกถา?♦ ท่านเจ้าคุณพระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา) วัดหนองป่าพง ? ....จบที่ตรงไหนรู้ไหม? หรือท่านจะเรียนอย่างนี้เรื่อยไปงั้นรึ? หรือท่านเรียนมีที่จบ? อันนั้นก็ดี แต่มันเป็นปริยัติข้างนอก ไม่ใช่ปริยัติข้างใน ปริยัติข้างในจะต้องเรียนตาของเรานี่ หูนี่ จมูกนี่ ลิ้นนี่ กายนี่ จิตนี่ อันนี้เป็นปริยัติที่แท้ อันนั้นปริยัติเป็นตัวหนังสืออยู่ข้างนอก... อ่านเพิ่มเติม...
ขันติปรมัตถบารมี
อังคาร, 06 เมษายน 2010
ขันติปรมัตถบารมี เกิดเป็น ขันติวาทีดาบส ที่มา : ขันติวาทิชาดก ในอดีตกาล พระเจ้ากาสีพระนามว่า กลาปุ ครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี ครั้งนั้น พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูล พราหมณ์มหาศาล มีนามว่า กุณฑลกุมาร เล่าเรียนสรรพวิชาจากสำนักตักศิลา เมื่อบิดามารดาล่วงลับไป กุณฑลมาณพ ก็พิจารณาว่าทรัพย์ทั้งหลายตายแล้วไม่สามารถนำติดตัวไปได้ ... อ่านเพิ่มเติม...
สิ้นภพ-สิ้นชาติ พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร)
จันทร์, 15 พฤศจิกายน 2010
สิ้นภพ-สิ้นชาติ พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร) จากหนังสือ?พุทธจารปูชา สิ้นภพ-สิ้นชาติ “?ทางพระสอนให้ล่ะชั่ว ทำความดี?แต่ไม่ให้ติดอยู่ในความดี?ให้บำเพ็ญจิตให้ยิ่งขึ้น?จนไม่ติดดีติดชั่ว จึงจะพ้นโลกนี้ไปได้?เพราะแม้คุณความดีจะส่งผลให้เป็นสุข ไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ เป็น เทพ อินทร์ พรหม ก็ตาม แต่เมื่อกำลังของกุศลกรรมความดีนั้นๆหมดลง... อ่านเพิ่มเติม...
พุทธนิมิต
อังคาร, 16 มีนาคม 2010
พุทธนิมิต โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน อย่าลืมนะว่า ลูกหลานที่รัก พระพุทธเจ้าที่เห็นอาจจะเป็น พุทธนิมิต ถ้าใครเขาบอกว่าพระพุทธเจ้าองค์เดียวจะไปช่วยคนทุกคนได้อย่างไร เป็นอุปาทานพระพุทธเจ้านิพพานไปแล้ว ลูกรักทุกคนก็จงจำคำนี้ไว้ว่า องค์สมเด็จพระจอมไตรเมื่อวันจะนิพพาน พระอานนท์มีความเสียใจว่าท่านเองเป็นแค่พระโสดาบันยังไม่เป็นพระอรหันต์... อ่านเพิ่มเติม...
ข้อปฏิบัติประจำวัน พระอาจารย์บุญกู้อนุวฑฺฒโน
พฤหัสบดี, 25 มีนาคม 2010
? ขณะเรากำลังมีชีวิตอยู่นี้ ร่างกายกับจิตใจยังอยู่รวมกันแต่สักวันหนึ่งมันจะต้องพลัดพรากจากกันไป ร่างกายเป็นรูปคือ วัตถุธาตุ ได้แก่ ดินน้ำ ลม ไฟ จึงต้องหาเลี้ยงเขาด้วยเงินทองอันเป็นโลกียทรัพย์มีปัจจัย ๔เป็นต้น จิตใจเป็นนาม คือ วิญญาณธาตุ กอปรด้วย เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณจึงต้องเลี้ยงเขาด้วยบุญกุศลอันเป็นอริยทรัพย์ มีทาน ศีล ภาวนาเป็นต้น... อ่านเพิ่มเติม...
มรรคสามัคคี พระโพธิญาณเถร (ชา สุภัทโท)
พุธ, 27 กรกฏาคม 2011
มรรคสามัคคี พระโพธิญาณเถร (ชา สุภัทโท) วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี วันนี้อยากจะถามถึงการปฏิบัติของญาติโยมเราทั้งหลายว่า ที่ได้ทำมานี้แน่ใจแล้วหรือยัง แน่ใจในการทำกรรมฐานของ ตนแล้วหรือยัง ที่ถามอย่างนี้เพราะว่าอาจารย์ที่สอนกรรมฐานทุกวันนี้มีมาก มีทั้งพระสงฆ์ทั้งฆราวาสจึงกลัวว่าญาติโยม จะลังเลสงสัยการกระทำนี้ จึงได้ถามอย่างนั้น... อ่านเพิ่มเติม...
นายโค ฆาต จากเทป เรื่อง ป่าช้า ๙ กอง (๑ ก.ย.๓๓) หลวงปู่จันทา ถาวโร
จันทร์, 17 พฤษภาคม 2010
? นายโค ฆาต ? จากเทป เรื่อง ป่าช้า ๙ กอง (๑ ก.ย.๓๓)? หลวงปู่จันทา ถาวโร ? การฝึกจิตให้มีสติ ปัญญาฉลาดรู้ ก็ต้องมาพิจารณาร่างกายนี้นั้น เปรียบเหมือน นายโคฆาต นายเพชฌฆาตฆ่าโค เมื่อฆ่าโคลงไปแล้ว เขาก็ปาดหนังไว้กองหนึ่ง หัวไว้กองหนึ่ง กระดูกน้อยใหญ่ไว้อีกกองหนึ่ง ตับ ไต ไส้น้อย ไส้ใหญ่ ปอด พุง เอาไว้คนละกอง ๆ ชิ้นเนื้อไว้คนละกอง ๆ นั่นแหละ... อ่านเพิ่มเติม...
ประวัติ หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท ต่อ
จันทร์, 05 ตุลาคม 2009
ประวัติ หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท ต่อ ถามเรื่องเทวดากับท่านพระอาจารย์มั่น อยู่ กับท่านพระอาจารย์มั่นนี้ ได้รู้เรื่องราวความวิเศษของพุทธศาสนาเรื่องเทพ เทวดา ภูต ผี ก็เป็นที่น่าอัศจรรย์ ท่านเห็นประหนึ่งว่าเป็นหลักธรรมชาติทั่วๆ ไป แต่สำหรับพวกเราเป็น เรื่องน่าตื่นเต้น น่าหวาดเสียวตื่นตูม อยากรู้อยากเห็น เป็นเรื่องใหม่ ทั้งๆ ที่สิ่งนั้นมีประจำโลกมี... อ่านเพิ่มเติม...
พ่อสอนลูก
จันทร์, 29 พฤศจิกายน 2010
พ่อสอนลูก ขอลูกรักจงรักษากายไว้ด้วยดี อย่าเอากายไปฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกามและจงรักษาวาจาไว้ให้ดี อย่าพูดปดมดเท็จที่ไม่ตรงความจริง อย่าพูดคำหยาบหรือด่าคนอื่น อย่าใช้วาจาเป็นเครื่องทำลายความสามัคคี คือยุให้คนแตกร้าวกัน อย่าใช้วาจาเหลวไหลไร้ประโยชน์ ด้านใจจงรักษาใจไว้ด้วยดี คือไม่อยากได้ของๆ ใครที่เขาไม่เต็มใจให้ ไม่โกรธแค้นอาฆาต... อ่านเพิ่มเติม...
หนังสือ พระเมตตา เล่ม ๒ (ตอนที่ ๑) โดย.. หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
พุธ, 13 มกราคม 2010
หนังสือ พระเมตตา เล่ม ๒ (ตอนที่ ๑) โดย.. หลวงพ่อพระราชพรหมยาน ๑.คำนำ หนังสือ "พระเมตตา" เล่มแรก ได้คัดจากเทปที่หลวงพ่อออกวิทยุหลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จ ฯพระบรมราชินีนาถทรงมีพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม เสด็จไปทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในพระเกศมาลา? พระประธานที่อุโบสถใหม่วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) จังหวัดอุทัยธานี... อ่านเพิ่มเติม...
อุบายชนะกามคุณ ๕ ของพระอริยสงฆ์ : หลวงปู่แหวน สุจิณโณ
พุธ, 20 มกราคม 2010
อุบายชนะกามคุณ? ๕? ของพระอริยสงฆ์ : หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ บุพเพสันนิวาสอันเหลือเชื่อของหลวงปู่แหวน หลวงปู่ว้าวุ่นใจเป็นอย่างยิ่ง จิตที่เคยควบคุมบังคับให้สงบนิ่งได้ก็เกิดปรวนแปรไป ความคิดคำนึงคอยแต่จะโลดแล่นซัดส่ายไปหาหญิงงามอย่างเดียว ทำให้หลวงปู่แหวนเกิดความหวาดกลัวตัวเองเป็นอย่างยิ่ง... อ่านเพิ่มเติม...